ทหารรับมือ-ผวาปาอึ ยังไม่ใช้พรก.ฉุกเฉิน นับแสนพรึ่บผ่านฟ้า ตร.ปิดถนน6เส้นทาง แม้วโฟนอิง”สมเพียร” ปลุกล้อม”ศาลากลาง”
แกนนำม็อบแดงยื่นคำขาดมาร์คต้องยุบสภาก่อนเที่ยงวันนี้ ประกาศเคลื่อนพลไปชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 11 เซฟเฮาส์ของมาร์ค-เทือกรอฟังคำตอบว่าจะยอมยุบสภาหรือไม่ ขณะที่ม็อบแดงทยอยเข้ากรุงตลอดทั้งวัน คาดยอดผู้ชุมนุมเกินแสนคนแล้ว เสื้อแดงภาคกลางล่องเรือถึงท่าสามพระยาสมทบเวทีใหญ่ผ่านฟ้ากันคึกคัก เผยวันนี้มีดาวกระจายหลายจุดทั่วกรุง บุกยื่นหนังสือสถานทูตหลายประเทศ บ้านมาร์ค บ้านเทือก บ้านป๋าเปรม ศอ.รส.ระดมกำลังทหาร 24 กองร้อยอารักขา ร.11 รับมือม็อบแดงบุกประท้วง ระวังปาอึ-หนังสติ๊ก-เอ็ม 79 เตรียม ฮ.ไว้อพยพมาร์ค-เทือกแล้ว ตร.ปิดการจราจร 6 เส้นทาง”อู่ทองใน-ราชดำเนิน-ศรีอยุธยา-พิษณุโลก-สะพานพระปิ่นเกล้า-สะพานซังฮี้ มศว-มธ.ท่าพระจันทร์-ร.ร.สตรีวิทย์ ประกาศปิด 2 วันหนีม็อบ แม้วโฟนอินตอนค่ำประกาศล้มอำมาตย์ให้ได้ โต้อีกรอบข้อหาไม่จงรักภักดี ประกาศให้เสื้อแดงทุกจังหวัดชุมนุมใหญ่ที่ศาลากลางไปพร้อมๆ กัน
ม็อบแดงท้าใช้พรก.ฉุกเฉิน
เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวทีปราศรัยของกลุ่มนปช.แดงทั้งแผ่นดินที่เวทีสะพานผ่านฟ้าฯ ว่า ตลอดคืนแกนนำนปช.ผลัดกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาล เรียกร้องให้ยุบสภา รวมทั้งโจมตีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ทั้งนี้ในเวลา 02.00 น. นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช. ขึ้นเวทีแสดงตนว่าไม่ได้ใส่ใจกับหมายจับ และพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับในสถานที่ชุมนุม
ต่อมาเวลา 02.45 น. นายสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำนปช. ขึ้นปราศรัยระบุว่า หากรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน คนเสื้อแดงทั้งหมดพร้อมเดินทางไปเยี่ยมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงทุกที่
จากนั้นแกนนำสลับกันปราศรัยโจมตีรัฐบาลในปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยเฉพาะกรณีของ พ.ต.อ. สมเพียร เอกสมญา ผกก.บันนังสตา ที่เคยร้องเรียนการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม จากนั้นจึงมีการแสดงดนตรีจนถึงเวลา 06.00 น. จึงมีการจัดรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์พีเพิ่ลแชนแนล
สำหรับการจัดผังการชุมนุม เจ้าหน้าที่แบ่งโซนการชุมนุมโดยด้านถนนราชดำเนินตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้า จนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เป็นพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมจากภาคอีสานเหนือ และภาคตะวันออกส่วนหนึ่ง ส่วนด้านเชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฯ จนถึงเวทีปราศรัยเป็นพื้นที่ชุมนุมของผู้ชุมนุมจากภาคเหนือ อีสานใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกอีก 1 ส่วน ทั้งนี้ ทางแกนนำกำหนดให้กลุ่มผู้ชุมนุมแต่ละจังหวัดดูแลเรื่องอาหารการกิน และความสะอาดของแต่ละพื้นที่กันเอง โดยจะดูแลเรื่องน้ำและห้องน้ำให้ ทั้งนี้ ยังมีครัวกลางอยู่ที่ท้องสนามหลวงคอยทำอาหารและบรรจุภาชนะมาส่งให้ผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง
-4แกนนำแถลงจวกมาร์ค
เวลา 08.00 น. ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ หน้าป้อมพระกาฬ ถนนราชดำเนินกลาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มเสื้อแดงทยอยมาชุมนุมตั้งแต่เช้าท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว โดยกลุ่มเสื้อแดงจากภูมิภาคเริ่มเดินทางมาสมทบกันที่เวทีใหญ่ ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงบางส่วนปักหลักค้างคืนกันที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ บรรดาแกนนำเสื้อแดงเดินทางมาถึงในช่วงเช้า อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายสุพร อัตถาวงศ์ น.พ.เหวง โตจิราการ ส่วนเวทีปราศรัยใหญ่ยังมีการแสดงดนตรีผ่อนคลายความเครียดและรอต้อนรับกลุ่มที่จะเดินทางมาสมทบ
เวลา 10.00 น. นายจตุพร นายณัฐวุฒิ นายสุพร และ น.พ.เหวงร่วมกันแถลงข่าว โดยนายจตุพร กล่าวว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าจะไม่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้ว เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญระบุว่าต้องมีเหตุการณ์รุนแรงเสียก่อน จึงจะประกาศใช้พ.ร.ก.ได้ หลังจากแกนนำประชุมเมื่อคืนนี้ได้ข้อสรุปว่า หากรัฐบาลจะประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินรัฐบาลจะต้องสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นเองและใส่ร้ายคนเสื้อแดง ส่วนกรณีที่รัฐบาลอังกฤษและสหรัฐอเมริกา เตือนกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ให้ใช้ความรุนแรงนั้นต้องเตือนรัฐบาลด้วย
-แฉบ้านพักร้อยล้านใน”ราบ11″
นายจตุพร กล่าวต่อว่ากรณีที่ 2 มหาวิทยาลัยชอบทำโพลในเรื่องการเมือง คือ เอแบคโพล และสวนดุสิตโพลนั้น มีการใส่ร้ายการชุมนุมคือมีการตั้งคำถามชี้นำว่าการชุมนุมจะนำไปสู่ความรุนแรงกว่าเหตุการณ์สงกรานต์เลือดที่ผ่านมาหรือไม่ เป็นการสื่อสารว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดจากกลุ่มเสื้อแดง ทั้งหมดนี้เป็นเกมของรัฐบาล อยากเตือนไปทางรัฐบาลและมหาวิทยาลัยทั้งสองว่าอย่าทำในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากปัญหาจะเกิดขึ้นกับประชาชน และมหาวิทยาลัยต้องมีจริยธรรมในทางวิชาการด้วย การที่กลุ่มคนเสื้อแดงอาจเคลื่อนพลไปที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวมีบ้านพักของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร 19 ก.ย.49 คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช. ก็มีบ้านพักหลายร้อยล้านบาทอยู่ภายใน แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้วก็ตาม รวมถึงนายทหารที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารก็อยู่ที่นั่นด้วย
น.พ.เหวง กล่าวว่า รัฐบาลออกพ.ร.บ.ความมั่นคงโดยไม่มีอำนาจและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรม นูญระบุว่าประชาชนมีสิทธิชุมนุมอย่างสันติ รัฐบาลอภิสิทธิ์ตั้งขึ้นมาโดยใช้อำนาจทางทหาร ซึ่งไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐ ธรรมนูญ ดังนั้นคนเสื้อแดงจะดำเนินการร้องเรียนไปทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ กกต. ป.ป.ช. ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ
น.พ.เหวงกล่าวถึงการจับกุมอาวุธเอ็ม 79 ว่า อาวุธดังกล่าวมีมานานแล้ว ต้องถามว่าทำไมถึงจับกุมวันที่ 12 มี.ค. การจับกุมนี้เป็นการขู่คนเสื้อแดงไม่ให้เข้าร่วมการชุมนุมของรัฐบาล
-ถ้าไม่ยุบสภา-วันนี้เคลื่อนพลแน่
ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า แนวทางการชุมนุมในวันนี้จะดูท่าทีของรัฐบาลว่าตอบรับข้อเสนอของคนเสื้อแดงอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นกลุ่มเสื้อแดงจะกำหนดการเคลื่อนไหวอีกครั้ง เช่น หากมีการยุบสภาจะต้องดูว่ายุบวันไหน อย่างไร หรือหากไม่ยุบสภาในวันที่ 15 มี.ค. กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนพลแน่นอน แต่จะไปจุดใดในช่วงเย็นจะประกาศให้ทราบ
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญ 3 ข้อนั้น เป็นการกระทำที่ไม่จริงใจและหลอกลวง เนื่องจากมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมานานแล้วแต่รัฐบาลไม่ตอบรับ หากมาแก้ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ยืนยันว่ากลุ่มคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมการชุมนุมยึดแนวทางสันติ ไม่มีใครต้องการความรุนแรง เผาบ้านเผาเมือง แต่หากมีใครกระทำเช่นนั้นแกนนำจะตัดความสัมพันธ์ทันที
ต่อมาเวลา 11.00 น. แกนนำคนเสื้อแดง อาทิ นายจตุพร นายสุพร นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ขึ้นเวทีปราศรัย โดยนายจตุพรแนะนำแกนนำจากจังหวัดต่างๆ ที่นำผู้ชุมนุมมาร่วมในครั้งนี้ นายจตุพร กล่าวว่า แกนนำที่ไม่ได้มาร่วมชุมนุมของแต่ละจังหวัดให้ตรึงกำลังคนเสื้อแดงในพื้นที่แต่ละจังหวัดไว้ก่อน การต่อสู้ถ้าจบได้ 1 วันก็จะจบ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เกิน 7 วัน ขอให้สู้ต่อไป นี่เป็นสงครามไพร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด วันที่ 14 มี.ค. เป็นวันที่ไพร่โค่นอำมาตย์ หากเราชนะจะประกาศให้วันนี้เป็นวันหยุดของประเทศไทย คือวันไพร่
-ประกาศแถลงการณ์ 3 ข้อ
จากนั้นนายอริสมันต์ ขึ้นปราศรัยพร้อมกล่าวว่า กองทัพเสื้อแดงที่มาทางเรือนำโดยนายพายัพ ปั้นเกตุ ถูกบล็อกให้อยู่ที่ท่าน้ำสามพระยา เจ้าหน้าที่การท่าไม่ยอมให้เทียบท่า ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่การท่ายอมให้กองทัพเสื้อแดงผ่านเข้ามา ไม่เช่นนั้นภายใน 15 นาที ตนจะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า
ต่อมาเวลา 12.00 น. นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงขึ้นอ่านแถลงการณ์นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ว่า ประชาชนแดงทั้งแผ่นดินมาชุมนุมพร้อมกันในวันนี้ด้วยความสันติ ปราศจากอาวุธ และด้วยจำนวนมากเป็นประวัติการณ์การของเมืองไทย โอกาสนี้นปช.แดงทั้งแผ่นดินขอแถลงให้ทราบทั่วกันว่า 1.เผด็จการเข้าครอบงำประเทศนี้ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 49 และยังคงครอบงำต่อมาตราบจนปัจจุบัน ด้วยเครื่องมือสำคัญคือรัฐธรรมนูญ ปี 2550 องค์กรอิสระต่างๆ และกฎหมายที่มีที่มาจากเผด็จการคณะนั้น 2.รัฐบาลนี้เป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่เผด็จการใช้ครอบงำประเทศ เราเรียกรัฐบาลนี้ว่า เผด็จการซ่อนรูป เป็นที่ประจักษ์ชัดต่อประชาชน โดยไม่มีข้อสงสัยว่ารัฐบาลนี้บริหารประเทศโดยขาดความรู้ ขาดประสบการณ์ ทั้งยังมีพฤติกรรมทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชนสุดคณานับ 3.รัฐบาลนี้อ้างความชอบธรรมในการบริหาร เพราะสามารถรวบรวมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากสนับสนุนได้ แต่สภาผู้แทนราษฎรนั้นเองขาดความรับผิดชอบ ละเลยการทำหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐ ธรรมนูญหลายบทหลายมาตรา อาทิ มาตรา 301 มาตรา 302 และมาตรา 291 สภานี้จึงไม่อาจเป็นที่พึ่งอย่างแท้จริงของประชาชนได้
-ขีดเส้นมาร์คยุบสภาใน 24 ช.ม.
นายวีระ กล่าวต่อว่า เพื่อปลดปล่อยจากอำนาจเผด็จการ และสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เข้มแข็ง สถาพรขึ้นมาใหม่ นปช.แดงทั้งแผ่นดินขอเรียกร้องให้รัฐบาลสละอำนาจบริหารด้วยการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนโดยพลัน นปช.แดงทั้งแผ่นดินจะตั้งมั่นชุม นุมกันรอคำตอบ โดยหวังว่าจะได้รับคำตอบภายใน 24 ช.ม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช.ขึ้นปราศรัยบนเวที นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำนปช.นำเฮลิคอปเตอร์จำลองบังคับด้วยรีโมต หรือเรดเฮลิ คอปเตอร์ ติดกล้องทีวี มาบินโชว์ไปรอบๆ เวทีปราศรัย นายณัฐวุฒิกล่าวเปรียบเทียบเครื่องบินบังคับลำนี้กับเรือเหาะตรวจการณ์ที่กองทัพบกสั่งซื้อไปใช้งานที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ในราคา 350 ล้านบาท โดยบอกว่าเครื่องบินลำนี้ราคาเพียง 3 แสนบาทเท่านั้น ถ้าพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ต้อง การ จะขายให้ในราคา 6 แสนบาท แต่สามารถบินได้ดี ในขณะที่บินโชว์ผู้ชุมนุมต่างโห่ร้องแสดงความยินดี
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศการชุมนุมในช่วงบ่ายเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดโดยกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดต่างเข้ามาสมทบในจุดที่กลุ่มนปช.จัดไว้รอบพื้นที่ชุมนุม และฟังเสียงปราศรัยจากลำโพงขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ บรรดาแกนนำสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลและกลุ่มอำมาตย์ นอกจากนี้ยังมีบรรดาส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมการชุมนุมหลายคน อาทิ พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี และนายสมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย
-สันติบาลระบุม็อบแดง 5 หมื่น
ผู้สื่อข่าวรายงาน รายงานข่าวจากสันติบาล สรุปสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า เวลา 18.35 น. ภายหลังจากมีการตั้งเวทีบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ ถนนราชดำเนินกลาง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีมียอดผู้ชุมนุมประมาณ 40,000 คน ต่อมาเวลา 20.45 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมายังเวทีปราศรัยขอบคุณผู้มาร่วมชุมนุม กล่าวโจมตีรัฐบาลและทหาร ใช้เวลาโฟนอินประมาณ 10 นาทีจึงยุติ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายวีระ มุสิกพงศ์ น.พ.เหวง โตจิราการ นายอดิศร เพียงเกษ ขึ้นปราศรัยยอดผู้ชุมนุมประมาณ 50,000 คน
เวลา 00.30-03.30 น. วันที่ 14 มี.ค. พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ขึ้นปราศรัย ยอดผู้ชุมนุมประมาณ 50,000 คน จากนั้นนายเจ๋ง ดอกจิก ขึ้นปราศรัย พร้อมมีการแสดงศิลปินลูกทุ่งสลับการร้องเพลง ถึงเวลา 06.30 น. ยอดผู้ชุมนุมประมาณ 30,000 คน ซึ่งการชุมนุมยังมีอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ทั่วไปปกติ
นอกจากนี้สำหรับกรณี บช.ภ.1 เข้าตรวจค้นจับกุมเจ้าของโรงงานฟูจิ อินดัสตรี เลขที่ 129/42 เขตนิคมอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ข้อหากระทำผิด พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ และสามารถยึดสิ่งทำเทียม ใช้แทนเครื่องยิงเอ็ม 79 กว่า 300 เครื่อง เบื้องต้นตั้งประเด็นว่า อาจเป็นการเตรียมเพื่อนำมาใช้ในช่วงที่มีการชุมนุม
-มาร์คนอนไม่หลับ-เจอยุงกวน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ซึ่งนายกฯอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศอ.รส. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พักค้างคืนเป็นคืนที่ 2 หลังประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ว่า เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารนำยามาพ่นกันยุงบริเวณโดยรอบพื้นที่ศอ.รส.และบ้านพักนายกรัฐมนตรี หลังจากนายอภิสิทธิ์พูดติดตลกถึงการนอนพักที่บ้านรับรองคืนแรกว่า “มียุงหนึ่งตัว ทำให้นอนหลับน้อยหน่อย”
ในส่วนพื้นที่ของ ร.11 รอ. มีการเสริมกองกำลังทหารซึ่งเป็นกองกำลังหนุนจากพื้นที่ต่างๆ เข้าประจำการโดยรถบรรทุกยีเอ็มซี เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ลานจอดเฮลิคอปเตอร์คลาคล่ำไปด้วยรถบรรทุกยีเอ็มซีของทหาร นอกจากนี้ยังมีรถถัง รถขังผู้ต้องหาและรถดับเพลิง เตรียมความพร้อม
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอ.รส. เผยว่ากำลังทหารที่มาเสริมในวันนี้เป็นกองหนุนที่เรียกมาจากกองทัพภาคที่ 2 และ 3 จำนวน 14 กองร้อย มีหน้าที่ป้องกันพื้นที่ในบริเวณ ร.11 รอ.ในการควบคุมฝูงชนเท่านั้น ทหารทั้ง หมดปราศจากอาวุธ เมื่อถามว่าการเสริมกำลังทหารเข้ามาเพื่อรับมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะเคลื่อนการชุมนุมมาที่ ร.11 รอ.ใช่หรือไม่ พ.อ. สรรเสริญกล่าวยอมรับว่า “ใช่ครับ”
-สั่งรับมือระเบิดอึด้วย
เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ กล่าวในราย การ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ว่า กรณีวิจารณ์รัฐบาลเตรียมประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นการใช้ความรุนแรงนั้น ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่เคยคิดปราบประชาชน แต่เพราะกังวลว่ามีคนบางกลุ่มต้องการให้เกิดความรุนแรง จึงต้องมีมาตรการเข้มงวดจัดระเบียบการชุมนุม พ.ร.ก. ไม่ใช่นึกอยากประกาศก็ประกาศได้ ต้องระบุเงื่อนไขเหตุการณ์ชัดเจน ใช้ในยามฉุกเฉิน จำเป็นเร่งด่วน ส่วนข่าวลือมากมายในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เช่น จะมีรถถังมาปิด สร้างสถานการณ์ตรงนั้นตรงนี้ เป็นเรื่องไม่จริง มุ่งสร้างความขัดแย้งเป็นหลัก อย่าหลงเชื่อ รัฐบาลจะชี้แจงผ่านเว็บ www.capothai.org สำหรับตัวเลขการชุมนุม เมื่อคืนอาจใกล้เคียงแสนคน น่าจะอยู่ประมาณนี้ ไม่เกินความคาดหมาย ช่วงเม.ย.ปีที่แล้วอาจมากกว่าเล็กน้อย การรับมือสถานการณ์ที่ดีที่สุดคือไม่ตื่นตระหนก แต่ไม่ประมาท เช่น การพบเอ็ม 79 เมื่อพลเมืองดีมาแจ้งเราก็ตรวจสอบ ความจริงและความจริงใจเท่านั้นจะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดและการชุมนุมได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนการชุมนุมยืดเยื้อ รัฐบาลจะดูแลเต็มที่ ไม่ให้มีอะไรนอกกรอบ พร้อมขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อป้องกันวินาศกรรม เรื่องระเบิดอึ เราก็ต้อง เตรียมตัวป้องกันไว้ กรณีออกหมายจับนายอริส มันต์ พงศ์เรืองรอง เร่งเร้าสถานการณ์ชุมนุมหรือไม่นั้น ไม่ใช่เหตุเกี่ยวข้องกับวันสองวันนี้ เป็นเรื่องการพูดจาที่เข้าข่าย แล้วบังเอิญศาลอนุมัติหมายช่วงนี้ ส่วนข่าวพ.ต.ท.ทักษิณถูกขับจากดูไบนั้น ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ต้องเป็นไปตามกติกา มิตรประเทศส่วนใหญ่ไม่ต้องการสร้างปัญหากับเรา สำหรับข้อเรียกร้องให้ยุบสภาหรือลาออก มีเกือบทุกยุค เคยมีนายกฯคนไหนพูดว่าการยุบสภาเป็นไปได้ ตนมีสิทธิ์อยู่ครบเทอม เพียงแต่ต้องมาคุยและตกลงกัน ว่ากันด้วยเหตุด้วยผล ส่วนการนอนค้างในเซฟเฮาส์ภายใน ร.11 รอ. เรียบร้อยดี ทำงานพอหลับก็ยาว ไม่ได้ฝันอะไร (อ่านรายละเอียด น.3)
-”ป๊อก”ระดม 24 กองร้อยเข้ากรุง
เวลา 09.30 น. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) เปิดเผยว่าพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.สั่งการไปยังกองทัพภาคที่ 2 กองทัพภาคที่ 3 ให้นำกำลังเข้ามาสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันในพื้นที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ จำนวน 14 กองร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารที่เสริมกำลังมาจากกองพลทหารราบที่ 4 จ.นครสวรรค์ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 4 มณฑลทหารบกที่ 31 โดยเฉพาะการควบคุมฝูงชนที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะเคลื่อนไหวมาชุมนุมที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ในช่วงเที่ยงของวันนี้ มีการเสริมรั้วลวดหนามสนามล้อมตามแนวกำแพงที่ตั้ง ร.11 รอ. รวมทั้งเครื่องมือหนักกองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ (ช.พัน.2 รอ.) โดยหน่วยทหารที่เข้ามากรุงเทพฯทั้งหมดใช้สัญลักษณ์ริบบิ้นสีขาวติดที่บ่าซ้าย
พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์มีคำสั่งขอกำลังสนับ สนุนจากกองทัพภาคที่ 2 จัดกำลังจำนวน 10 กองร้อย เพื่อเข้าไปดูแลในพื้นที่กรุงเทพฯ กำลังทั้งหมดไม่ติดอาวุธ นอกจากกำลังส่วนนี้แล้ว กองทัพภาคที่ 2 ยังเตรียมกำลังอีกจำนวนหนึ่งเพื่อสนับสนุนภารกิจที่กรุงเทพฯ หากเกิดฉุกเฉินสถานการณ์การเคลื่อนไหวรุนแรง
-นายกฯถกเครียด”ศอ.รส.”
ด้านพล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 3 จัดส่งกำลังจำนวน 10 กองร้อย เพื่อไปสนับสนุนภารกิจในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ภารกิจคือการดูแลพื้นที่บริเวณ ร.11 รอ. อย่าง ไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 3 ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด ห้ามกะพริบตา การเคลื่อนไหวจะรุนแรงหรือไม่ยังไม่มีใครเดาได้ ต้องติดตามสถานการณ์เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุม ศอ.รส.ในวันเดียวกันนี้เลื่อนประชุมจากเดิมเวลา 09.00 น. ไปเป็นเวลา 10.00 น.แทน เนื่องจากที่ประชุม ศอ. รส. รอประธานในการประชุมคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ติดภารกิจจัดรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ทั้งนี้ที่ประชุม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผอ.ศอ.รส. พร้อมด้วยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว. กลาโหม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.อ. วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานที่ปรึกษาทบ. พล.อ. ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ. วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ. พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ภายหลัง ศอ.รส. สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ 14 กองร้อยเข้ามาดูแลความปลอดภัยภายในราบ 11 ในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ได้ตั้งลำโพงโดยหันลำโพงไปด้านนอกถนน พร้อมซ้อมเปิดเสียงตามสายประกาศประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงและที่สัญจรไปมาอย่าตื่นตระหนกที่เห็นว่ามีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารมากขึ้นเป็นพิเศษ ถ้าไม่จำเป็นช่วงนี้ขอร้องอย่าออกจากเคหสถาน
แดงปทุมฯเคลื่อนพลเข้ากรุง
ก่อนหน้านี้ เวลา 08.30 น. ที่บริเวณท่าน้ำอำเภอเมืองปทุมธานี กลุ่มแกนนำเสื้อแดงจังหวัดปทุมธานี ได้มารวมตัวกันที่ท่าน้ำหน้าศาลากลางหลังเก่าจังหวัดปทุมธานี เพื่อที่จะลงเรือไปร่วมชุมนุมกันที่ถนนราชดำเนิน โดยได้มีการว่าจ้างเรือกว่า 10 ลำ แต่พอมาวันนี้เจ้าของเรือต่างได้คืนเงินมัดจำไม่รับส่งคนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุม อ้างสาเหตุกรมเจ้าท่าได้มาบอกห้ามขนคนเสื้อแดง ไม่อย่างนั้นจะไม่ต่อใบอนุญาตให้เรือวิ่งต่อไป ทำ ให้เจ้าของเรือกลัวจึงไม่ยอมนำเรือออกมารับส่งคนเสื้อแดง จึงทำให้แกนนำคนเสื้อแดงนำโดยนายสมบุญ ขุนทองไทย และมีนางดารณี แกนนำหญิงคนหนึ่งได้มาร่วมขบวนเรือด้วย จึงได้ว่าจ้างรถเมล์สาย 33 จำนวนจำนวน 5 คัน ขนคนเสื้อแดงไปทางรถเมล์แทน
-ตร. 33 กองร้อยรับดาวกระจาย
วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก. ประจำ บช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยถึงสถานการณ์การชุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมร่วมกันของหน่วยต่างๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยในส่วนของระดับผู้ปฏิบัติที่มีการชุมนุม พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. ได้ตรวจสอบภารกิจต่างๆ โดยในส่วนถนนราช ดำเนินกลาง ราชดำเนินนอก ตลอดทั้งเส้นปิดการจราจรทั้งหมด ส่วนถนนราชดำเนินในโดยรอบสนามหลวงยังเคลื่อนตัวได้ กลุ่มผู้ชุมนุมที่ลานพระรูปถึงสะพานมัฆวานฯ มี 15,000 คน และยังมีอีกกลุ่มที่หนาแน่นจากสะพานมัฆวานฯ ถึงสะพานผ่านฟ้า มีประมาณ 15,000 คน และเริ่มเบาบางลงไปตั้งแต่บริเวณผ่านฟ้าไปถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และแยกผ่านพิภพฯ ประมาณ 7,000 คน รวมแล้วประมาณ 37,000 คน โดยยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินเข้า-ออกตลอดเวลา
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า สำหรับการจราจรตั้งแต่ลานพระบรมรูปถึงแยกวัดเบญจฯ ปิดการจราจร แยกพล.1 ปิดการจราจร แยกพระบรมรูป แยกวังแดง แยกสวนมิสกวัน แยกมัฆวานฯ แยกประชาเกษม แยกพาณิชย์ ซึ่งเป็นเส้นทางมุ่งถนนราชดำเนิน ส่วนถนนราชสีมาซึ่งผ่านแยกต่างๆ เหล่านี้ถนนยังวิ่งได้อยู่ ราชดำเนิน ในการจราจรยังคล่องตัว แยกจปร. ขึ้นสะพานพระราม 8 ยังใช้ได้ 1 ช่องทาง ซึ่งเป็นขาขึ้น สำหรับขาลงแยกวิสุทธิกษัตริย์เลี้ยวซ้ายราชสีมายังใช้ได้อยู่ โดยยอดผู้ชุมนุมสูงสุดเมื่อคืนนี้ ในเวลา 22.00 น. มี 50,000 คน โดยกำลังตำรวจเตรียมไว้แล้ว ทั้ง ร.11 รอ. คิงเพาเวอร์ หรือบ้านบุคคลสำคัญ มีกำลังตำรวจเตรียมอยู่แล้ว รวมไปถึงกองร้อยที่ 2 ของแต่ละ บก. ส่วนกำลังที่ใช้ยังตรึงที่ 33 กองร้อยหลัก ส่วนทหารก็แผนตามเดิม โดยในส่วนจราจร สืบสวน เคลื่อนที่เร็ว ยังทำงานปกติ เวลา 10.00 น. กำลังระลอกสองอีก 9 กองร้อย ได้ลงพื้นที่แต่ละจุดเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะรับภารกิจ หลังประชุมคอนเฟอเรนซ์แล้วจะมีการประเมินสถานการณ์ละส่งมอบภารกิจต่อไป
-ยังไม่รีบร้อนจับ”อริสมันต์”
“เมื่อคืนนี้สำหรับการตรวจค้นในจุดต่างๆ ในกทม. ยังไม่พบสิ่งใดผิดปกติ พบเพียงพกพาอาวุธมีด 3 ราย รถต้องสงสัยซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 11 คัน ผิดพ.ร.บ.จราจร 18 ราย เป็นความผิดเล็กน้อยส่วนใหญ่ และคนต่างด้าว 2 ราย ยังไม่พบอาวุธต่างๆ ซึ่งมีเหตุเล็กน้อยเกี่ยวกับการชุมนุม ที่ สน.หลักสอง เวลา 08.50 น. หน้าบ้านเลขที่ 255/157 หมู่บ้านสินิวรณ์รณ ซอยเศรษฐกิจ 39 เขตหลักสอง เป็นเรื่องวิวาทส่วนตัว และพบระเบิดลูกเกลี้ยงเอ็ม 67 ซึ่งชุดอีโอดี ไปตรวจสอบไม่พบเกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.น.9 ไปตรวจสอบแล้ว สำหรับกรณีพื้นที่ควบคุมทั้งหมดทั้งรอบทำเนียบรัฐบาล ร.พ.ศิริราช สี่เสาเทเวศร์ ยังไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าฝืน” โฆษกบช.น.กล่าว
ถามว่ากรณีหมายจับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดงมีการประสานจากบช.ก.หรือยัง พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า บช.ก.ได้ประสานไปยัง บก.สส.บช.น. ซึ่งพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ให้นโยบายว่าการมีหมายจับรวมทั้งกรณีอื่นๆ ก็มีการดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการจับกุมจะดูสถานการณ์เป็นตัวตั้ง หากตัดสินใจเข้าจับกุมและก่อปัญหา ก็อาจจับกุมในภายหลังได้ แต่หากจับกุมได้ทันทีก็จะจับกุม เช่นเหตุอาชญากรรมธรรมดาก็เช่นกัน หากมีหมายจับก็ต้องจับกุม แต่หากมีอาวุธ หรือมีคนร้ายจำนวนมาก ก็ต้องวางแผนจับกุมเป็นส่วนๆไป โดยในส่วนนี้เป็นการขอหมายจับเนื่องจากมีการฝ่าฝืน ใช้ถ้อยคำยั่วยุต่างๆ ซึ่งกรณีการฝ่าฝืนเงื่อนไขต่างๆ เป็นของศาลพัทยา จ.ชลบุรี
-ชี้ม็อบแดงยังรักษากติกาอยู่
เมื่อถามว่า หากนายอริสมันต์ขึ้นเวทีแล้วไม่จับถือว่าตำรวจละเว้นหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ก็เป็นเช่นที่พูดไป ต้องเอาความสงบเรียบร้อยเป็นที่ตั้งในหลายกรณี หากจับแล้วไม่ปลอดภัยก็ต้องวางแผนให้ดี โดยฝ่ายสอบสวนจะทำหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว การจับกุมหมายจับมีอายุความอยู่แล้ว จับในวันนี้ไม่ได้ก็จับพรุ่งนี้ เช่นเดียวกันหากคนอื่นยั่วยุเช่นนี้ หากจำไม่ได้ทันทีก็ต้องออกหมายจับและจับภายหลัง
เมื่อถามต่อว่า วิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ พบความผิดหรือไม่ โฆษกบช.น.ตอบว่า พบแต่ผู้ได้รับผลกระทบในส่วนตัว แต่คดีอาญาทั่วไปยังไม่เกิด ส่วนในเรื่องกำลังวิเคราะห์ว่ายังพอเพียง ส่วนที่กลุ่มเสื้อแดงว่าจะขอลดกำลังทหารแต่เพิ่มตำรวจ ก็ยังเป็นปกติไม่มีส่วนไหนลด นอกจากนี้ ผบช.น.ห้ามใช้สถานที่ราชการ สถาน ที่พัก รถของตำรวจไปใช้ในการชุมนุม ตำรวจต้องมีความเป็นกลาง พูดง่ายๆ ว่าความคิดเป็นยังไงก็ได้แต่อย่าติดป้าย หรือสถานที่ราชการแสดง ออก
“ขณะนี้หากตำรวจ ทหารปฏิบัติหน้าที่แบบนี้ และกลุ่มผู้ชุมนุมยังรักษากฎกติกาอยู่ ถือว่ายังน่าพอใจ เบื้องต้นขณะนี้ถือว่าทุกฝ่ายยังเคารพกติกาอยู่ นอกจากนี้ผู้บัญชาการทหารเรือ กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ ได้เปลี่ยนแผนกรณีที่จะขึ้นท่าของกลุ่มเสื้อแดงแล้ว แต่ในส่วนของท่าที่ใกล้ร.พ. ศิริราช คงต้องห้าม แต่ท่าอื่นเช่น เกียกกาย ที่ไกลออกไปคงขึ้นได้” โฆษก บช.น. กล่าว
-มท.รายงานยอดม็อบกว่า 8 หมื่น
ศูนย์ปฏิบัติการ กระทรวงมหาดไทย (ศปก.มท.) รายงานความเคลื่อนไหวข้องกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อเวลา 13.00 น. ว่า มีผู้ชุมนุม ในพื้นที่สนามหลวง สะพานผ่านฟ้า ลานพระบรมรูปทรงม้า ประมาณ 46,000 คน โดยวันที่ 14 มี.ค. มีแนวร่วมจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น จ.สมุทร ปราการ นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ประจวบ คีรีขันธ์ เพชรบุรี ทยอยเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม
ศปก.มท.สรุปยอดมวลชนและยานพาหนะที่เข้าร่วมชุมนุม โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุม 46,377 คน แบ่งเป็นภาคเหนือ 11,127 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23,569 คน ภาคกลาง 4,190 คน ภาคตะวันออก 3,667 คน ภาคตะวันตก 2,990 คน ภาคใต้ 834 คน ส่วนยานพาหนะที่เข้ารวมชุมนุมประกอบด้วย รถกระบะ 13,385 คัน รถยนต์ส่วนตัว 3,385 คัน รถสิบล้อ 36 คัน รถบัส 60 คัน รถอีแต๋น 17 คัน รถจักยานยนต์ 137 คัน รถตู้ 115 คัน รถไฟ 3 ขบวน ทั้งนี้ไม่รวมตัวเลขผู้เข้าร่วมชุมนุมที่อยู่ในพื้นที่กทม.
-ทำเนียบรับมือบอมบ์อึ-ปลาร้า
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์บริเวณทำเนียบรัฐบาลว่า ผู้ชุมนุมได้นำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจอดบริเวณถนนโดยรอบทำเนียบฯจนเต็ม ทั้งด้านถนนพิษณุโลก ราชดำเนินใน ก่อนจะเดินเท้าเข้าร่วมชุมนุมบริเวณเวทีใหญ่สะพานผ่านฟ้า โดยมีกำลังทหาร และตำรวจปราบจลาจลประจำการด้านในทำเนียบฯ เพื่อรักษาพื้นที่ไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกรุกอย่างเข้มงวด และนำรถดับเพลิง รถเครื่องขยายเสียงจอดประจำการด้านในเพื่อพร้อมรับสถานการณ์ โดยมีพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกรัฐ มนตรีฝ่ายความมั่นคง เดินทางมาตรวจความพร้อมรักษาความปลอดภัยในช่วงเช้า
สำหรับในช่วงบ่าย มีการซ้อมกำลังพลภายในทำเนียบฯเพื่อเตรียมรับเหตุฉุกเฉิน โดยให้กองกำลังซ้อมสวมหน้ากากกันแก๊สน้ำตา และเสื้อคลุมฝน เพื่อป้องกันการขว้างสิ่งสกปรกเช่น ปลาร้า อุจจาระใส่ และเตรียมถังน้ำดับเพลิงขนาดเล็กประจำแต่ละหมวด ส่วนบรรยากาศโดยรอบทำเนียบฯไม่มีการเคลื่อนไหว โดยพบว่าประชาชนบริเวณชุมชนนางเลิ้งมีการสับเปลี่ยนเวรเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณชุมชน และมีตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยด้วยส่วนหนึ่ง
-ค้านทหารใช้กำลังสลายม็อบ
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐ วิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง นำโดยนายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องขอคัดค้านการนำกองกำลังทหารออกปฏิบัติการเพื่อการชุมนุม โดยนำเรียนพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ระบุว่าขณะนี้มีการชุมนุมเรียกร้องของกกลุ่มนปช.ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมลฑล ตั้งแต่วันที่ 12-14 มี.ค.และรัฐบาลโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีคำสั่งให้กองกำลังทหารหลายกองร้อย ออกปฏิบัติการเพื่อควบคุมการชุมนุมและดูแลความเรียบร้อยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ถ้าชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ย่อมเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามกฎหมาย มาตรา 63 และแสดงออกตามวิถีทางประชาธิปไตย การนำกองกำลังทหารออกมาปฏิบัติการนั้น ถือเป็น การคุกคามสิทธิส่วนบุคคลในการแสดงออกอย่างสงบสันติและปราศจากอาวุธของประ ชาชน
สหภาพจึงขอคัดค้านการนำกองกำลังทหารจำนวนหลายกองร้อยออกปฏิบัติการเพื่อควบคุมและยุติการชุมนุมของประชาชน ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติและส่งผลต่อเศรษฐกิจ หากใช้กำลังสลายการชุมนุมด้วยวิธีการรุนแรง สหภาพจะเข้าร่วมต่อสู้กับประชาชนทันที
-กลุ่มพระสงฆ์ขึ้นเวทีนปช.
ต่อมามีกลุ่มพระสงฆ์อาสาพัฒนาสันติวิธีและพระสงฆ์กลุ่มสังฆสามัคคี 50 รูป มาขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมอ่านแถลงการณ์ โดยมีนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานนปช. เป็นผู้รับมอบ โดยแถลงการณ์ระบุว่า พระสงฆ์เห็นร่วมกันว่ามีความจำเป็นและเป็นหน้าที่โดยตรงของพระภิกษุสงฆ์ที่ต้องทำหน้าที่ส่งเสริมให้พุทธบริษัทมีสามัคคี หันหน้าเข้าหากันตามเจตนารมณ์ของบูรพกษัตราธิราชเจ้าและบรรพชนที่ต้องการให้อำนาจอธิปไตยของชาวไทยภายใต้หลักธรรมาธิปไตย ปราศจากการแทรกแซงของคณะบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในจุดมุ่งหมายดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระ ขึ้นเวทีปราศรัยบอกให้กลุ่มผู้ชุมนุมทราบว่าวัดในบริเวณใกล้เคียงของที่ชุมนุม อาทิ วัดปรินายก วัดสระเกศ เป็นต้น จะเปิดให้กลุ่มผู้ชุมนุมไปใช้ห้องน้ำได้ ซึ่งหลังจากพระสงฆ์ อ่านแถลง การณ์แล้วได้เดินประพรมน้ำมนต์ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าเวทีปราศรัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางอากาศร้อนจัด โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเข้ามา ซึ่งมีบางส่วนหลบอยู่ตามร่ม ส่วนบนเวทีมีแกนนำจากส่วนภูมิภาคขึ้นปราศรัยสลับการแสดงดนตรี ทั้งนี้ มีผู้ชุมนุมประมาณ 52,000 คน
-ม็อบแดงพรึ่บล่องเรือถึงกรุง
เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท่าเรือสามพระยา เขตพระนคร กทม.ว่า ได้มีกำลังตํารวจและทหารจาก ร.31 กว่า 10 นาย มาดูแลความเรียบร้อย หลังจากทราบว่าจะมีกลุ่มเสื้อแดงจากนนทบุรี ปทุมธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา จะเคลื่อนขบวนมาทางเรือ ตามลำน้ำเจ้าพระยา โดยมาขึ้นที่ท่าน้ำดังกล่าว ทั้งนี้ บริเวณลำน้ำเจ้าพระยาใต้สะพานพระราม 8 มีกำลังกองทัพเรือ และกรมเจ้าท่า นําเรือเร็วมาจอดเพื่อคอยดูแลและจัดระเบียบการจราจรทางน้ำ
ต่อมาเวลา 12.40 น.ขบวนเรือชุดแรกได้มาถึง โดยเป็นกลุ่มเสื้อแดงนนทบุรี กว่า 600 คน เหมาเรือด่วนเจ้าพระยา 4 ลำ เรือหางยาว 6 ลำ จากท่าน้ำนนทบุรี มาถึงท่าสามพระยา ระหว่างทางมีกลุ่มคนเสื้อแดงคอยต้อนรับ พร้อมโบกธงและตีตีนตบอยู่ตามโป๊ะต่างๆ ที่เรือผ่าน และส่งเสียงโห่ร้องให้กำลังใจตลอดทาง ซึ่งระหว่างนั้นนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้มารับและดูแลความเรียบร้อย เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าจะมีกลุ่มมือที่ 3 มาก่อความวุ่นวาย แต่ไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น
-แดงกรุงเก่า 2 พันก็มาทางเรือ
เวลา 14.30 น. ขบวนเรือของนายพายัพ ปั้นเกตุ อดีตส.ส.สิงห์บุรี แกนนำคนเสื้อแดงอยุธยา นำชาวเสื้อแดงอยุธยากว่า 2,000 คนมาถึงท่าเรือสามพระยา โดยเหมาเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ 2 ชั้น 3 ลำ เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือชนิดอื่นๆ อีกกว่า 10 ลำ มาจอดเทียบท่า โดยมีเรือตรวจ การณ์ของกองทัพเรือนำมา ระหว่างนั้นทหารเรือได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ขอความร่วมมือเรือที่มาถึงให้จอดส่งผู้ที่มาร่วมชุมนุมที่ท่าเรือพระราม 8 เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ไปที่ท่าเรืออื่นๆ โดยนำเรือตรวจ การณ์ ต.27 และเรือเร็วอีกจำนวนหนึ่งมาจอดขวางลำน้ำบริเวณฝั่งกรุงเทพฯกั้นขวางลำน้ำเป็นแนวยาว เพื่อไม่ให้เรือผ่านยังท่าเรืออื่น ทันทีที่เรือมาถึง เจ้าหน้าที่ที่ดูแลบนท่าเรือประกาศให้กลุ่มเสื้อแดงที่มาคอยต้อนรับนับร้อยคน ให้ขึ้นไปอยู่บนบก เนื่องจากเกรงว่าโป๊ะจะรับน้ำหนักไม่ไหว จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงขึ้นบนโป๊ะทีละคนและตรวจค้นอย่างละเอียด โดยกลุ่มคนเสื้อแดงได้นำอาหารและเครื่องนุ่งห่ม รวมทั้งของใช้ที่จำเป็นขึ้นจากเรือมาด้วย ทั้งนี้ เมื่อคนเสื้อแดงขึ้นจากเรือหมดแล้วได้ตั้งแถวบริเวณวัดสามพระยา ก่อนเดินมาเป็นกลุ่มไปยังสะพานผ่านฟ้าฯ
นายพายัพ กล่าวว่า การที่มาถึงล่าช้ากว่ากำหนดเดิมเวลา 10.00 น. เพราะกรมเจ้าท่าพยายามสกัดไม่ให้พวกตนเดินทางได้ และไม่อนุญาตให้ออกจากท่าอยุธยา อ้างว่าผู้ขับเรือและนายท้ายเรือไม่มีใบอนุญาต ทำให้เสียเวลามากและระหว่างที่ล่องเรือมาเกิดอุปสรรค มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีใส่ชุดสีน้ำเงินขับเรือมากีดขวางเป็นช่วงๆ แต่ไม่มีเหตุรุนแรง และเรือที่นำคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมเป็นเรือที่ว่าจ้างโดยมีใบเสร็จ ซึ่งว่าจ้างไว้ทั้งหมด 203 ลำ คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 4-5 พันคน ซึ่งภายในเย็นวันเดียวกันนี้จะมาถึงกทม. เพื่อสมทบกับผู้ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯได้ทั้งหมด
-มศว ประกาศหยุดเรียน 2 วัน
ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เผยว่า เนื่องจากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.จะยืดเยื้อ คณะทำงานฝ่ายยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยจึงประชุมหารือกัน ประกาศสั่งหยุดทำการ 2 วัน คือวันที่ 15-16 มี.ค.นี้ ทั้ง มศว ประสานมิตร องครักษ์ และโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน ส่วนนิสิตบางสาขาที่ยังสอบไม่เสร็จและนัดหมายอาจารย์ในรายวิชาต่างๆ ในช่วงเวลานี้ ทางมหาวิทยาลัยจะยืดหยุ่นให้ และให้อาจารย์นัดสอบในเวลาที่เหมาะสมต่อไป สำหรับนิสิตที่เรียนอยู่องครักษ์จะพักอยู่ที่หอพักต่อหรืออาจจะกลับบ้านก็ได้ในระยะนี้ ทั้งนี้ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่องครักษ์ และศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ โรงพยาบาลชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ยังแดงปทุมฯเคลื่อนพลเข้ากรุง
ก่อนหน้านี้ เวลา 08.30 น. ที่บริเวณท่าน้ำอำเภอเมืองปทุมธานี กลุ่มแกนนำเสื้อแดงจังหวัดปทุมธานี ได้มารวมตัวกันที่ท่าน้ำหน้าศาลากลางหลังเก่าจังหวัดปทุมธานี เพื่อที่จะลงเรือไปร่วมชุมนุมกันที่ถนนราชดำเนิน โดยได้มีการว่าจ้างเรือกว่า 10 ลำ แต่พอมาวันนี้เจ้าของเรือต่างได้คืนเงินมัดจำไม่รับส่งคนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุม อ้างสาเหตุกรมเจ้าท่าได้มาบอกห้ามขนคนเสื้อแดง ไม่อย่างนั้นจะไม่ต่อใบอนุญาตให้เรือวิ่งต่อไป ทำ ให้เจ้าของเรือกลัวจึงไม่ยอมนำเรือออกมารับส่งคนเสื้อแดง จึงทำให้แกนนำคนเสื้อแดงนำโดยนายสมบุญ ขุนทองไทย และมีนางดารณี แกนนำหญิงคนหนึ่งได้มาร่วมขบวนเรือด้วย จึงได้ว่าจ้างรถเมล์สาย 33 จำนวนจำนวน 5 คัน ขนคนเสื้อแดงไปทางรถเมล์แทน
-ตร. 33 กองร้อยรับดาวกระจาย
วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก. ประจำ บช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยถึงสถานการณ์การชุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมร่วมกันของหน่วยต่างๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยในส่วนของระดับผู้ปฏิบัติที่มีการชุมนุม พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. ได้ตรวจสอบภารกิจต่างๆ โดยในส่วนถนนราช ดำเนินกลาง ราชดำเนินนอก ตลอดทั้งเส้นปิดการจราจรทั้งหมด ส่วนถนนราชดำเนินในโดยรอบสนามหลวงยังเคลื่อนตัวได้ กลุ่มผู้ชุมนุมที่ลานพระรูปถึงสะพานมัฆวานฯ มี 15,000 คน และยังมีอีกกลุ่มที่หนาแน่นจากสะพานมัฆวานฯ ถึงสะพานผ่านฟ้า มีประมาณ 15,000 คน และเริ่มเบาบางลงไปตั้งแต่บริเวณผ่านฟ้าไปถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และแยกผ่านพิภพฯ ประมาณ 7,000 คน รวมแล้วประมาณ 37,000 คน โดยยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินเข้า-ออกตลอดเวลา
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า สำหรับการจราจรตั้งแต่ลานพระบรมรูปถึงแยกวัดเบญจฯ ปิดการจราจร แยกพล.1 ปิดการจราจร แยกพระบรมรูป แยกวังแดง แยกสวนมิสกวัน แยกมัฆวานฯ แยกประชาเกษม แยกพาณิชย์ ซึ่งเป็นเส้นทางมุ่งถนนราชดำเนิน ส่วนถนนราชสีมาซึ่งผ่านแยกต่างๆ เหล่านี้ถนนยังวิ่งได้อยู่ ราชดำเนิน ในการจราจรยังคล่องตัว แยกจปร. ขึ้นสะพานพระราม 8 ยังใช้ได้ 1 ช่องทาง ซึ่งเป็นขาขึ้น สำหรับขาลงแยกวิสุทธิกษัตริย์เลี้ยวซ้ายราชสีมายังใช้ได้อยู่ โดยยอดผู้ชุมนุมสูงสุดเมื่อคืนนี้ ในเวลา 22.00 น. มี 50,000 คน โดยกำลังตำรวจเตรียมไว้แล้ว ทั้ง ร.11 รอ. คิงเพาเวอร์ หรือบ้านบุคคลสำคัญ มีกำลังตำรวจเตรียมอยู่แล้ว รวมไปถึงกองร้อยที่ 2 ของแต่ละ บก. ส่วนกำลังที่ใช้ยังตรึงที่ 33 กองร้อยหลัก ส่วนทหารก็แผนตามเดิม โดยในส่วนจราจร สืบสวน เคลื่อนที่เร็ว ยังทำงานปกติ เวลา 10.00 น. กำลังระลอกสองอีก 9 กองร้อย ได้ลงพื้นที่แต่ละจุดเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะรับภารกิจ หลังประชุมคอนเฟอเรนซ์แล้วจะมีการประเมินสถานการณ์ละส่งมอบภารกิจต่อไป
-ยังไม่รีบร้อนจับ”อริสมันต์”
“เมื่อคืนนี้สำหรับการตรวจค้นในจุดต่างๆ ในกทม. ยังไม่พบสิ่งใดผิดปกติ พบเพียงพกพาอาวุธมีด 3 ราย รถต้องสงสัยซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 11 คัน ผิดพ.ร.บ.จราจร 18 ราย เป็นความผิดเล็กน้อยส่วนใหญ่ และคนต่างด้าว 2 ราย ยังไม่พบอาวุธต่างๆ ซึ่งมีเหตุเล็กน้อยเกี่ยวกับการชุมนุม ที่ สน.หลักสอง เวลา 08.50 น. หน้าบ้านเลขที่ 255/157 หมู่บ้านสินิวรณ์รณ ซอยเศรษฐกิจ 39 เขตหลักสอง เป็นเรื่องวิวาทส่วนตัว และพบระเบิดลูกเกลี้ยงเอ็ม 67 ซึ่งชุดอีโอดี ไปตรวจสอบไม่พบเกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.น.9 ไปตรวจสอบแล้ว สำหรับกรณีพื้นที่ควบคุมทั้งหมดทั้งรอบทำเนียบรัฐบาล ร.พ.ศิริราช สี่เสาเทเวศร์ ยังไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าฝืน” โฆษกบช.น.กล่าว
ถามว่ากรณีหมายจับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดงมีการประสานจากบช.ก.หรือยัง พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า บช.ก.ได้ประสานไปยัง บก.สส.บช.น. ซึ่งพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ให้นโยบายว่าการมีหมายจับรวมทั้งกรณีอื่นๆ ก็มีการดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการจับกุมจะดูสถานการณ์เป็นตัวตั้ง หากตัดสินใจเข้าจับกุมและก่อปัญหา ก็อาจจับกุมในภายหลังได้ แต่หากจับกุมได้ทันทีก็จะจับกุม เช่นเหตุอาชญากรรมธรรมดาก็เช่นกัน หากมีหมายจับก็ต้องจับกุม แต่หากมีอาวุธ หรือมีคนร้ายจำนวนมาก ก็ต้องวางแผนจับกุมเป็นส่วนๆไป โดยในส่วนนี้เป็นการขอหมายจับเนื่องจากมีการฝ่าฝืน ใช้ถ้อยคำยั่วยุต่างๆ ซึ่งกรณีการฝ่าฝืนเงื่อนไขต่างๆ เป็นของศาลพัทยา จ.ชลบุรี
-ชี้ม็อบแดงยังรักษากติกาอยู่
เมื่อถามว่า หากนายอริสมันต์ขึ้นเวทีแล้วไม่จับถือว่าตำรวจละเว้นหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ก็เป็นเช่นที่พูดไป ต้องเอาความสงบเรียบร้อยเป็นที่ตั้งในหลายกรณี หากจับแล้วไม่ปลอดภัยก็ต้องวางแผนให้ดี โดยฝ่ายสอบสวนจะทำหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว การจับกุมหมายจับมีอายุความอยู่แล้ว จับในวันนี้ไม่ได้ก็จับพรุ่งนี้ เช่นเดียวกันหากคนอื่นยั่วยุเช่นนี้ หากจำไม่ได้ทันทีก็ต้องออกหมายจับและจับภายหลัง
เมื่อถามต่อว่า วิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ พบความผิดหรือไม่ โฆษกบช.น.ตอบว่า พบแต่ผู้ได้รับผลกระทบในส่วนตัว แต่คดีอาญาทั่วไปยังไม่เกิด ส่วนในเรื่องกำลังวิเคราะห์ว่ายังพอเพียง ส่วนที่กลุ่มเสื้อแดงว่าจะขอลดกำลังทหารแต่เพิ่มตำรวจ ก็ยังเป็นปกติไม่มีส่วนไหนลด นอกจากนี้ ผบช.น.ห้ามใช้สถานที่ราชการ สถาน ที่พัก รถของตำรวจไปใช้ในการชุมนุม ตำรวจต้องมีความเป็นกลาง พูดง่ายๆ ว่าความคิดเป็นยังไงก็ได้แต่อย่าติดป้าย หรือสถานที่ราชการแสดง ออก
“ขณะนี้หากตำรวจ ทหารปฏิบัติหน้าที่แบบนี้ และกลุ่มผู้ชุมนุมยังรักษากฎกติกาอยู่ ถือว่ายังน่าพอใจ เบื้องต้นขณะนี้ถือว่าทุกฝ่ายยังเคารพกติกาอยู่ นอกจากนี้ผู้บัญชาการทหารเรือ กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ ได้เปลี่ยนแผนกรณีที่จะขึ้นท่าของกลุ่มเสื้อแดงแล้ว แต่ในส่วนของท่าที่ใกล้ร.พ. ศิริราช คงต้องห้าม แต่ท่าอื่นเช่น เกียกกาย ที่ไกลออกไปคงขึ้นได้” โฆษก บช.น. กล่าว
-มท.รายงานยอดม็อบกว่า 8 หมื่น
ศูนย์ปฏิบัติการ กระทรวงมหาดไทย (ศปก.มท.) รายงานความเคลื่อนไหวข้องกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อเวลา 13.00 น. ว่า มีผู้ชุมนุม ในพื้นที่สนามหลวง สะพานผ่านฟ้า ลานพระบรมรูปทรงม้า ประมาณ 46,000 คน โดยวันที่ 14 มี.ค. มีแนวร่วมจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น จ.สมุทร ปราการ นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ประจวบ คีรีขันธ์ เพชรบุรี ทยอยเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม
ศปก.มท.สรุปยอดมวลชนและยานพาหนะที่เข้าร่วมชุมนุม โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุม 46,377 คน แบ่งเป็นภาคเหนือ 11,127 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23,569 คน ภาคกลาง 4,190 คน ภาคตะวันออก 3,667 คน ภาคตะวันตก 2,990 คน ภาคใต้ 834 คน ส่วนยานพาหนะที่เข้ารวมชุมนุมประกอบด้วย รถกระบะ 13,385 คัน รถยนต์ส่วนตัว 3,385 คัน รถสิบล้อ 36 คัน รถบัส 60 คัน รถอีแต๋น 17 คัน รถจักยานยนต์ 137 คัน รถตู้ 115 คัน รถไฟ 3 ขบวน ทั้งนี้ไม่รวมตัวเลขผู้เข้าร่วมชุมนุมที่อยู่ในพื้นที่กทม.
-ทำเนียบรับมือบอมบ์อึ-ปลาร้า
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์บริเวณทำเนียบรัฐบาลว่า ผู้ชุมนุมได้นำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจอดบริเวณถนนโดยรอบทำเนียบฯจนเต็ม ทั้งด้านถนนพิษณุโลก ราชดำเนินใน ก่อนจะเดินเท้าเข้าร่วมชุมนุมบริเวณเวทีใหญ่สะพานผ่านฟ้า โดยมีกำลังทหาร และตำรวจปราบจลาจลประจำการด้านในทำเนียบฯ เพื่อรักษาพื้นที่ไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกรุกอย่างเข้มงวด และนำรถดับเพลิง รถเครื่องขยายเสียงจอดประจำการด้านในเพื่อพร้อมรับสถานการณ์ โดยมีพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกรัฐ มนตรีฝ่ายความมั่นคง เดินทางมาตรวจความพร้อมรักษาความปลอดภัยในช่วงเช้า
สำหรับในช่วงบ่าย มีการซ้อมกำลังพลภายในทำเนียบฯเพื่อเตรียมรับเหตุฉุกเฉิน โดยให้กองกำลังซ้อมสวมหน้ากากกันแก๊สน้ำตา และเสื้อคลุมฝน เพื่อป้องกันการขว้างสิ่งสกปรกเช่น ปลาร้า อุจจาระใส่ และเตรียมถังน้ำดับเพลิงขนาดเล็กประจำแต่ละหมวด ส่วนบรรยากาศโดยรอบทำเนียบฯไม่มีการเคลื่อนไหว โดยพบว่าประชาชนบริเวณชุมชนนางเลิ้งมีการสับเปลี่ยนเวรเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณชุมชน และมีตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยด้วยส่วนหนึ่ง
-ค้านทหารใช้กำลังสลายม็อบ
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐ วิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง นำโดยนายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องขอคัดค้านการนำกองกำลังทหารออกปฏิบัติการเพื่อการชุมนุม โดยนำเรียนพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ระบุว่าขณะนี้มีการชุมนุมเรียกร้องของกกลุ่มนปช.ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมลฑล ตั้งแต่วันที่ 12-14 มี.ค.และรัฐบาลโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีคำสั่งให้กองกำลังทหารหลายกองร้อย ออกปฏิบัติการเพื่อควบคุมการชุมนุมและดูแลความเรียบร้อยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ถ้าชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ย่อมเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามกฎหมาย มาตรา 63 และแสดงออกตามวิถีทางประชาธิปไตย การนำกองกำลังทหารออกมาปฏิบัติการนั้น ถือเป็น การคุกคามสิทธิส่วนบุคคลในการแสดงออกอย่างสงบสันติและปราศจากอาวุธของประ ชาชน
สหภาพจึงขอคัดค้านการนำกองกำลังทหารจำนวนหลายกองร้อยออกปฏิบัติการเพื่อควบคุมและยุติการชุมนุมของประชาชน ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติและส่งผลต่อเศรษฐกิจ หากใช้กำลังสลายการชุมนุมด้วยวิธีการรุนแรง สหภาพจะเข้าร่วมต่อสู้กับประชาชนทันที
-กลุ่มพระสงฆ์ขึ้นเวทีนปช.
ต่อมามีกลุ่มพระสงฆ์อาสาพัฒนาสันติวิธีและพระสงฆ์กลุ่มสังฆสามัคคี 50 รูป มาขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมอ่านแถลงการณ์ โดยมีนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานนปช. เป็นผู้รับมอบ โดยแถลงการณ์ระบุว่า พระสงฆ์เห็นร่วมกันว่ามีความจำเป็นและเป็นหน้าที่โดยตรงของพระภิกษุสงฆ์ที่ต้องทำหน้าที่ส่งเสริมให้พุทธบริษัทมีสามัคคี หันหน้าเข้าหากันตามเจตนารมณ์ของบูรพกษัตราธิราชเจ้าและบรรพชนที่ต้องการให้อำนาจอธิปไตยของชาวไทยภายใต้หลักธรรมาธิปไตย ปราศจากการแทรกแซงของคณะบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในจุดมุ่งหมายดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระ ขึ้นเวทีปราศรัยบอกให้กลุ่มผู้ชุมนุมทราบว่าวัดในบริเวณใกล้เคียงของที่ชุมนุม อาทิ วัดปรินายก วัดสระเกศ เป็นต้น จะเปิดให้กลุ่มผู้ชุมนุมไปใช้ห้องน้ำได้ ซึ่งหลังจากพระสงฆ์ อ่านแถลง การณ์แล้วได้เดินประพรมน้ำมนต์ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าเวทีปราศรัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางอากาศร้อนจัด โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเข้ามา ซึ่งมีบางส่วนหลบอยู่ตามร่ม ส่วนบนเวทีมีแกนนำจากส่วนภูมิภาคขึ้นปราศรัยสลับการแสดงดนตรี ทั้งนี้ มีผู้ชุมนุมประมาณ 52,000 คน
-ม็อบแดงพรึ่บล่องเรือถึงกรุง
เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท่าเรือสามพระยา เขตพระนคร กทม.ว่า ได้มีกำลังตํารวจและทหารจาก ร.31 กว่า 10 นาย มาดูแลความเรียบร้อย หลังจากทราบว่าจะมีกลุ่มเสื้อแดงจากนนทบุรี ปทุมธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา จะเคลื่อนขบวนมาทางเรือ ตามลำน้ำเจ้าพระยา โดยมาขึ้นที่ท่าน้ำดังกล่าว ทั้งนี้ บริเวณลำน้ำเจ้าพระยาใต้สะพานพระราม 8 มีกำลังกองทัพเรือ และกรมเจ้าท่า นําเรือเร็วมาจอดเพื่อคอยดูแลและจัดระเบียบการจราจรทางน้ำ
ต่อมาเวลา 12.40 น.ขบวนเรือชุดแรกได้มาถึง โดยเป็นกลุ่มเสื้อแดงนนทบุรี กว่า 600 คน เหมาเรือด่วนเจ้าพระยา 4 ลำ เรือหางยาว 6 ลำ จากท่าน้ำนนทบุรี มาถึงท่าสามพระยา ระหว่างทางมีกลุ่มคนเสื้อแดงคอยต้อนรับ พร้อมโบกธงและตีตีนตบอยู่ตามโป๊ะต่างๆ ที่เรือผ่าน และส่งเสียงโห่ร้องให้กำลังใจตลอดทาง ซึ่งระหว่างนั้นนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้มารับและดูแลความเรียบร้อย เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าจะมีกลุ่มมือที่ 3 มาก่อความวุ่นวาย แต่ไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น
-แดงกรุงเก่า 2 พันก็มาทางเรือ
เวลา 14.30 น. ขบวนเรือของนายพายัพ ปั้นเกตุ อดีตส.ส.สิงห์บุรี แกนนำคนเสื้อแดงอยุธยา นำชาวเสื้อแดงอยุธยากว่า 2,000 คนมาถึงท่าเรือสามพระยา โดยเหมาเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ 2 ชั้น 3 ลำ เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือชนิดอื่นๆ อีกกว่า 10 ลำ มาจอดเทียบท่า โดยมีเรือตรวจ การณ์ของกองทัพเรือนำมา ระหว่างนั้นทหารเรือได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ขอความร่วมมือเรือที่มาถึงให้จอดส่งผู้ที่มาร่วมชุมนุมที่ท่าเรือพระราม 8 เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ไปที่ท่าเรืออื่นๆ โดยนำเรือตรวจ การณ์ ต.27 และเรือเร็วอีกจำนวนหนึ่งมาจอดขวางลำน้ำบริเวณฝั่งกรุงเทพฯกั้นขวางลำน้ำเป็นแนวยาว เพื่อไม่ให้เรือผ่านยังท่าเรืออื่น ทันทีที่เรือมาถึง เจ้าหน้าที่ที่ดูแลบนท่าเรือประกาศให้กลุ่มเสื้อแดงที่มาคอยต้อนรับนับร้อยคน ให้ขึ้นไปอยู่บนบก เนื่องจากเกรงว่าโป๊ะจะรับน้ำหนักไม่ไหว จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงขึ้นบนโป๊ะทีละคนและตรวจค้นอย่างละเอียด โดยกลุ่มคนเสื้อแดงได้นำอาหารและเครื่องนุ่งห่ม รวมทั้งของใช้ที่จำเป็นขึ้นจากเรือมาด้วย ทั้งนี้ เมื่อคนเสื้อแดงขึ้นจากเรือหมดแล้วได้ตั้งแถวบริเวณวัดสามพระยา ก่อนเดินมาเป็นกลุ่มไปยังสะพานผ่านฟ้าฯ
นายพายัพ กล่าวว่า การที่มาถึงล่าช้ากว่ากำหนดเดิมเวลา 10.00 น. เพราะกรมเจ้าท่าพยายามสกัดไม่ให้พวกตนเดินทางได้ และไม่อนุญาตให้ออกจากท่าอยุธยา อ้างว่าผู้ขับเรือและนายท้ายเรือไม่มีใบอนุญาต ทำให้เสียเวลามากและระหว่างที่ล่องเรือมาเกิดอุปสรรค มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีใส่ชุดสีน้ำเงินขับเรือมากีดขวางเป็นช่วงๆ แต่ไม่มีเหตุรุนแรง และเรือที่นำคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมเป็นเรือที่ว่าจ้างโดยมีใบเสร็จ ซึ่งว่าจ้างไว้ทั้งหมด 203 ลำ คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 4-5 พันคน ซึ่งภายในเย็นวันเดียวกันนี้จะมาถึงกทม. เพื่อสมทบกับผู้ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯได้ทั้งหมด
-มศว ประกาศหยุดเรียน 2 วัน
ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เผยว่า เนื่องจากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.จะยืดเยื้อ คณะทำงานฝ่ายยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยจึงประชุมหารือกัน ประกาศสั่งหยุดทำการ 2 วัน คือวันที่ 15-16 มี.ค.นี้ ทั้ง มศว ประสานมิตร องครักษ์ และโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน ส่วนนิสิตบางสาขาที่ยังสอบไม่เสร็จและนัดหมายอาจารย์ในรายวิชาต่างๆ ในช่วงเวลานี้ ทางมหาวิทยาลัยจะยืดหยุ่นให้ และให้อาจารย์นัดสอบในเวลาที่เหมาะสมต่อไป สำหรับนิสิตที่เรียนอยู่องครักษ์จะพักอยู่ที่หอพักต่อหรืออาจจะกลับบ้านก็ได้ในระยะนี้ ทั้งนี้ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่องครักษ์ และศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ โรงพยาบาลชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ยังเปิดบริการตามปกติ
“ส่วนการสอบวัดความรู้เพื่อเข้าเรียนในชั้นเด็กเล็ก 1 ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ฝ่ายประถม) ในวันที่ 16 มี.ค. ทางโรงเรียนขอประเมินสถานการณ์ในวันที่ 15 มี.ค. อีก 1 วัน และจะประกาศทางเว็บไซต์ http://prathom.swu.ac.th ในวันที่ 15 มี.ค. ทาง ผอ.โรงเรียนรายงานว่าเหตุที่ยังไม่ประกาศหยุดการสอบ เพราะการสอบนั้นทางสาธิต มศว พูดคุยกับทางโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในเรื่องวันสอบ เนื่องจากเราทำงานกันเป็นเครือข่าย หากเหตุการณ์ยังไม่รุนแรงและประเมินสถานการณ์แล้วเจ้าหน้าที่ยังควบคุมสถานการณ์ได้ ทางโรงเรียนสาธิต มศว (ฝ่ายประถม) ยังกำหนดให้วันที่ 16 มี.ค.เป็นวันสอบวัดความรู้เพื่อเข้าเรียนเช่นเดิม หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ขอให้ติดตามข้อมูลผ่านสื่อทุกสื่อ” ศ.ดร.วิรุณกล่าว
ม็อบทยอยเข้าถนนราชดำเนิน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดได้เดินทางเข้ามาจำนวนมาก โดยนำรถมาจอดตามถนนสายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนศรีอยุธยา ถนนหลาน หลวง ถนนพิษณุโลก พอช่วงเย็นมีผู้ชุมนุมที่หลบแดดมาปักหลักอยู่บนถนนราชดำเนิน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ด้านหน้าสะพานผ่านฟ้าลีลาศและสะพานมัฆวานรังสรรค์ และมีบางส่วนทะลักเข้าไปจับจองพื้นที่ใกล้สถานที่ราชการสำคัญ ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่นำแผงรั้วเหล็กมากั้นไว้ โดยมีเพียงทำเนียบรัฐบาลเพียงแห่งเดียวที่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมเข้าประชิดริมรั้ว ขณะที่ผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดได้ตั้งเวทีปราศรัยย่อยกระจายไปตามจุดต่างๆ อาทิ หน้าสำนัก งานองค์การสหประชาชาติ โดยมีองค์กรเสรีประชา ชนและเครือข่ายเยาวชนรักประชา ธิปไตยซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศสลับกันขึ้นปราศรัย, หน้ากองทัพภาคที่ 1 มีกลุ่มคนเสื้อแดงจาก จ.อ่าง ทอง และบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้ามีกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่ ตั้งเวทีปราศรัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนถนนศรีอยุธยาใกล้กับบช.น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เสริมกำลังมาดูแลความปลอดภัย หลังจากเกิดเหตุกระทบกระทั่งระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมในช่วงบ่ายที่ผ่านมา
-เที่ยงวันนี้ไม่ยุบสภา-บุก”ราบ 11″
เวลา 17.30 น. ที่ด้านหลังเวทีคนเสื้อแดงบนสะพานผ่านฟ้า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง แถลงว่า จนถึงเวลานี้คนเสื้อแดงหลั่งไหลมาชุมนุม ซึ่งน่าพอใจ ยืนยันว่าในช่วงค่ำจะมีเสื้อแดงจาก กทม.มาร่วมชุมนุม แน่ใจว่าจะมีคนมาร่วมชุมนุมเต็มถนนราชดำเนิน ตั้งแต่โรง แรมรัตนโกสินทร์ถึงลานพระบรมรูปทรงม้า จากการติดตามตัวเลขผู้ชุมนุมของหน่วยงานกระ ทรวงมหาดไทย ที่ระบุมีผู้เข้าร่วมชุมนุม 45,000 คนนั้น จากที่ตนคุยกับตำรวจที่มาดูแลการชุมนุม ระบุมีคนมามากกว่า 3 แสนคน เราเข้าใจสถาน การณ์การสู้รบ ยุทธวิธีไล่ล่าคู่ต่อสู้ของรัฐบาล ที่ออกข่าวลักษณะนี้ออกมา ซึ่งวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล เพราะเมื่อดูจากสายตาแล้วก็เห็นว่าเป็นอย่างไร อยากท้ารัฐบาลให้เกณฑ์ทหาร ตำรวจ รวมตัวกันให้เท่าจำนวนคนเสื้อแดงได้หรือไม่
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ภายหลังการหารือของแกนนำ มีมติว่าในวันที่ 15 มี.ค. หากไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล หรือได้รับแต่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ จะเดินขบวนไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) โดยจะเริ่มเดินทางเวลา 09.00 น.และจะถึง ร.11 รอ. เวลา 12.00 น. ซึ่งจะครบ 24 ชั่วโมงที่คนเสื้อแดงกำหนดให้รัฐบาล เราจะไปเพื่อทวงคำตอบถึงที่ หากรัฐบาลยังไม่ยุบสภา จะมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ การเดินทางอาจใช้ทั้งทางรถยนต์และการเดินเท้า เส้นผ่านทางถนนหลานหลวง เข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เข้าพหลโยธิน ยืนยันว่าจะไม่มีการปิดล้อม แต่จะไปแสดงพลังเท่านั้น จากนั้นจะกลับมาชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯ ตามเดิม
เมื่อถามว่าจะบุกเข้าไปในกรมทหารราบที่ 11 รอ.หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า คนเสื้อแดงตรงไปตรงมา ทำอย่างเปิดเผย แต่ถ้าไปแล้วไม่เปิดประตูต้อนรับคงต้องหารืออีกทีว่าจะเอาอย่างไร
-เตือนทหารเลิกขู่พระได้แล้ว
เมื่อถามว่าการเคลื่อนมวลชนจำนวนมากจะดูแลความปลอดภัยอย่างไร เกรงจะมีการสร้างสถานการณ์แทรกซ้อนหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เบื้องต้นจะทำความเข้าใจผู้ชุมนุม เน้นว่าจะชุมนุมอย่างสันติวิธี ส่วนจะมีสถานการณ์แทรก ซ้อนหรือไม่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ต้องรักษาความปลอด ภัย เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการเคลื่อน ไหวจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายอภิสิทธิ์ หากยุบสภาทุกอย่างก็จบ เพราะคนเสื้อแดงไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร มีแต่ต่อสู้เพื่อประชา ธิปไตย
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า พื้นที่ ร.11 รอ.ขณะนี้มีการนำกำลังทหารกว่า 7,000 นาย มีการซักซ้อมความพร้อม และเตรียมรถจีเอ็มซี และแอลแรท หรือรถปล่อยคลื่นเสียง รถฮัมวี ประตูละ 2 คัน รวมถึงรถน้ำ 20 คัน ตนอยากเตือนทหารที่เอารถฮัมวีไปขู่พระตามวัดต่างๆ ว่า จะทำให้พระออกมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงจำนวนมาก
นายจตุพรกล่าวว่า อยากฝากบอกนายอภิสิทธิ์ ใน ร.11 รอ. มีกองทัพทหารแตงโมอยู่จำนวนมาก เพราะตนรู้ถึงขนาดพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี จากเดิมที่อยู่บ้านทหารธรรมดา ไปอยู่บ้านพักที่ติดกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นบ้าน 4 หลังติดกันข้างสนามกอล์ฟ คือ บ้านพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน บ้านนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ บ้านพล.อ.อนุพงษ์ และบ้านพล.อ.เปรม และตนยังรู้ว่าบรรยากาศในที่ประชุมศอ.รส. เป็นอย่างไร ใครพูดอย่างไรบ้าง คือ มีคน 3 คนที่พูดคอยเสนอแนะแผนการ คือ 1.นายสุเทพ 2 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. 3.พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก โดยพล.อ.ประยุทธ์พูดว่าถ้าแพ้เราติดคุกแน่ และมีนายอภิสิทธิ์พูดปิดท้าย โดยพูดน้อยเพราะกลัวโดนตัดต่อเทปเหมือนที่ผ่านมา
-ปทีปห่วงปัญหาจราจรติดขัด
เวลาไล่เลี่ยกัน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา สบ 10 พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. และพล.ต.ท.ประชิน วารี รรท.รองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ 9) เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อตรวจกำลังพล และมอบน้ำผลไม้ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่มาประจำการเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า สถานการณ์การชุม นุมถือว่าเรียบร้อย ยังไม่พบเหตุรุนแรงใดๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพยายามทำให้เกิดความสงบและไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น โดยการดูแลมีทั้งตำรวจและทหารประสานกำลัง เชื่อว่าจะดูแลเหตุได้อย่างเต็มที่
เมื่อถามถึงการเตรียมพร้อมรับการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปยังกรมทหารราบที่ 11 พล.ต.อ. ปทีปกล่าวว่า มีการเพิ่มกำลังพลไปประจำเพื่อดูแลความปลอดภัย โดยระหว่างผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนตำรวจจะคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องจราจร พยายามจะให้การจราจรเคลื่อนตัวไปได้ ประกาศให้ประชาชนทราบและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวน ซึ่งจะทำให้กระทบกระเทือนประชาชนให้น้อยที่สุด และอยากให้ผู้ชุมนุมรับฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ส่วนสถานที่ราชการหรือสถานที่ต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายประสานดูแลเรื่องความปลอดภัย
“การเฝ้าระวังเหตุหรือสถานที่ต่างๆ ได้ทำอยู่แล้วอย่างเต็มกำลัง ซึ่งให้ความสำคัญทุกจุดและประเมินสถานการณ์ทุกระยะ ส่วนเรื่องมือที่ 3 จะมีหรือไม่นั้นเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมและพยายามไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้น โดยตำรวจนครบาลประสานกับแกนนำอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่อยากให้คิดว่าตำรวจทำหน้าที่เชิงตั้งรับหรือรุก เพราะพยายามทำงานอย่างเต็มที่” พล.ต.อ.ปทีปกล่าว
-รัฐบาลไม่สั่งขรก.หยุดงานเพิ่ม
ที่สมาคมนายทหาร ร.11 รอ. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ศอ.รส.รายงานสถานการณ์ให้กรรมการศอ.รส. ผบ.เหล่าทัพ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ทราบว่าโดยสภาพการชุมนุมตอนนี้ถือว่ามียอดผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้น 5 หมื่นคน ส่วนใหญ่อยู่ที่สะพานผ่านฟ้าฯ นอกนั้นกระจายกันตามจุดต่างๆ อาทิ รัฐสภา ลานพระบรมรูปทรงม้า 4 แยกคอกวัว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนการจัดการจราจรไม่มีปัญหา แม้บางจุดถูกใช้เป็นที่จอดรถ ส่วนการจราจรวันที่ 15 มี.ค. ได้กำชับให้บริหารจัดการให้ดี โดยคืนนี้จะมีรายการพิเศษเวลา 22.00 น. ทางช่อง 11 เรื่องการดูแลการจราจรโดยเฉพาะเพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ และกำชับให้ตำรวจแจ้งให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยังเป็นห่วงเรื่องผู้ชุมนุมนำรถมอเตอร์ไซค์ 900-1,000 คันออกมาร่วมชุมนุม แต่ยังไม่วิเคราะห์ว่าจะเข้ามาก่อกวนหรือทำให้เกิดความรุนแรง
นายปณิธาน กล่าวว่า วันที่ 15 มี.ค.ไม่มีการประกาศว่าเป็นวันหยุด ส่วนการประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 16 มี.ค.ก็ไม่มีเช่นกัน แต่จะประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งกระทรวงการคลังเสนอให้นัดกับสภาเรื่องการประชุมพิจารณาอนุ สัญญาแทน ส่วนเลื่อนประชุมสภาได้หรือไม่นั้น เรื่องนี้กระทรวงการคลังเสนอเข้ามาก่อนล่วงหน้าแล้วจึงตกลงนัดหมาย ส่วนจะยกเลิกหรือไม่ กระทรวงการคลังต้องปรึกษากับนายชัย ชิดชอบ ประธานสภา และขณะนี้ทำได้เพียงเลื่อนประชุมครม.ออกไปก่อน
-ปล่อยข่าวลือมาร์คยอมยุบสภา
เย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 6 หมื่นคน มีส.ส.พรรคเพื่อไทยมาร่วมด้วย อาทิ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น และนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พร้อมด้วยสมาชิกบ้านเลขที่ 111
เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่การชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการลือกันว่าขณะนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ซึ่งอยู่ที่กรมทหารราบ 11 รักษาพระ องค์ ได้ตัดสินใจยุบสภาแล้ว ขอให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน ทำให้นายจตุพร ต้องขึ้นมาประ กาศบนเวทีว่า ตนได้รับรายงานว่ามีคนปล่อยข่าวดังกล่าวในพื้นที่ชุมนุม ซึ่งการปล่อยข่าวถือเป็นกลยุทธ์ของคนฝั่งรัฐบาล เพื่อให้คนเสื้อแดงเดินทางกลับ ข้อเท็จจริงแล้วนายอภิสิทธิ์ ยังไม่ได้ตัดสินใจยุบสภา หากยังมีคนมาปล่อยข่าวเช่นนี้กับคนเสื้อแดงอีก ขอให้จับตัวมาให้ตนทันที
เวลา 19.00 น. ที่เวทีปราศรัยย่อยหน้าองค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยของกลุ่มนักเรียนนักศึกษา นายจักรภพ เพ็ญแข ได้โฟนอินเข้ามาว่า ดีใจที่ได้มาร่วมต่อสู้กับผู้ชุมนุม แม้จะไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย แต่ติดตามการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงมาตลอด ยืนยันว่าเราจะเดินไปสู่ประชาธิปไตยร่วมกัน แม้เส้นทางประชาธิปไตยจะมีความคิดที่หลากหลายแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ยุทธวิธีหลังจากนี้จะเรียกร้องให้รัฐบาลซึ่งถือเป็นตัวแทนเผด็จการโบราณยุบสภาและสิ้นสภาพไป
นายจักรภพกล่าวว่า การรวมตัวของคนเสื้อแดงวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แนวทางการต่อสู้ถือเป็นสิ่งที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง หากรัฐบาลจะยุบสภาถือเป็นขั้นตอนแรกของประชาธิปไตยในประเทศไทยเท่านั้น ขอให้ทุกคนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในประเทศ ส่วนตนจะช่วยต่อสู้ในต่างประเทศ และจะโฟนอินเข้ามาที่เวทีนี้ทุกวัน
-รง.เอ็ม 79 ไม่เกี่ยวม็อบแดง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบช.สทส ในฐานะโฆษก ศปก.ตร. กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมในวันนี้ว่า เวลา 17.00 น.ได้มีการรายงานจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 60,000 คน คาดว่าช่วงเย็นจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่พักอยู่ตามโรงแรมละแวกดังกล่าวมาสมทบอีก ส่วนที่มาจากต่างจังหวัดนั้น ขณะนี้ไม่มีแล้ว โดยพล.ต.อ.ปทีปเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดหลักใช้ความละมุนละม่อมตามยุทธวิธี ไม่ใช้กำลังและความรุนแรง
พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ซึ่งเป็นวันเปิดทำงานวันแรก คาดว่าถนนเส้นอื่นๆ จะไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากเส้นทางที่กลุ่มเสื้อแดงจะใช้เดินขบวนไปยังกรมทหารราบที่ 11 ในเวลา 10.00 น. โดยกลุ่มเสื้อแดงใช้เส้นทางจากสะพานผ่านฟ้าฯมาตามถนนราชดำเนิน ศรีอยุธยา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มุ่งหน้าสามเหลี่ยนดินแดง และออกถ.วิภาวดี เลี้ยวไปยังพหลโยธิน ก็ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวในช่วงเวลานั้นด้วย
เมื่อถามถึงการขยายผลการจับกุมเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนขณะนี้ยังไม่เกี่ยวข้องกัน และยังไม่พบว่านำส่งให้ใคร แต่เป็นการผลิตมากๆ ให้กับกลุ่มผู้ค้าอาวุธ
-ดาวกระจายสถานทูต-บ้านป๋าเปรม
ส่วนรายงานจากหน่วยข่าวของสันติบาล ระบุว่ามีประชาชนเดินทางเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม นปช.แล้วไม่ต่ำกว่า 1 แสนคนและทยอยเดินทางเข้าร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 15 มี.ค.กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนจะแยกขบวนเดินทางไปประท้วงยื่นหนังสือกับสถานทูตประเทศต่างๆ ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ อเมริกา อังกฤษ รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น รวมทั้งบางส่วนจะเดินทางไปชุมนุมที่บริเวณบ้านของบุคคลสำคัญของประเทศ อาทิ บ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี บ้านของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บ้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และบางส่วนจะไปชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 11 บางเขน
-ร.11รับมือปาอึ-หนังสติ๊ก-เอ็ม79
เวลา 18.30 น. โรงยิมภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานที่ปรึกษา ทบ. พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ. เดินทางตรวจเยี่ยมกำลังพล และกล่าวให้โอวาทผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับกองร้อย ผบ.หมวด และผบ.หมู่ ประมาณ 500 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใน ร.11 รอ. ภายหลังกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะมาชุมนุมที่ ร.11 รอ.ในวันที่ 15 มี.ค.นี้
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวให้โอวาทว่า สิ่งที่ต้องระลึกไว้เสมอ เราเป็นทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราจะไม่ใช้ความรุนแรงแต่จะใช้การสร้างความเข้าใจ ดังนั้น ต้องชี้แจงผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี เรามีขั้นตอนต่างๆ อย่าทำลัดขั้นตอน อย่าทำด้วยโทสะ เชื่อมั่นว่าถ้าเราตั้งจิตใจให้ดี คงไม่มีอะไรรุนแรง
ด้านพล.ท.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่มาเป็นคนไทยด้วยกัน แต่มีกลุ่มที่พยายามสร้างความรุนแรง เราจะเจอแน่ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ เขาพยายามยั่วยุเราทุกวิถีทางโดยเฉพาะกำลังพลที่อยู่แนวด้านหน้าให้หมดความอดทน ไม่ว่าจะเป็นการเอาสิ่งปฏิกูลขว้างปา เอาหนังสติ๊กใส่ลูกเหล็กลูกหินยิงเข้ามา หรืออาจไม่แน่ที่จะยิงเอ็ม 79 เข้ามา ซึ่งผู้บังคับบัญชาห่วงใยจึงให้นำรถยนต์มาจอดเป็นแนวใกล้รั้ว นายทหารจะได้หลบได้
พล.ท.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ทหารที่ยืนหน้าสุดจะมี 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยู่ตรงประตูรั้วรอบค่าย ด้านที่หนักคือด้านพหลโยธิน ส่วนอีกพวกหนึ่งอยู่ริมบ่อ การที่ผู้บังคับบัญชาไม่กล้าให้เราพกปืนเพราะกลัวบรรลุแก่โทสะ อาวุธที่เรามีคือกระบอง จะตีได้ต่อเมื่อผู้บังคับบัญชาอนุมัติ จริงอยู่ที่ผู้ชุมนุมไม่กล้าบุกเข้ามา แต่ถ้าเราปล่อยให้บุกเข้ามาใน ร.11 รอ. จะเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น ต้องเอาให้อยู่ เราต้องไม่เล่นตามเกมเขา เราต้องอดทน ปกป้องสถานที่ ยึดหลักสากลจากเบาไปหาหนัก ย้ำว่าต้องยึดหลักนี้และต้องอดทนมากๆ ถ้าใครทำความรุนแรง เหตุการณ์อาจบานปลายและคุมกันไม่อยู่ ซึ่งในวันที่ 15 มี.ค. ขอให้กำลังพลมีความพร้อม 100%
-เทือกไม่คิดว่าม็อบเป็นศัตรู
ด้านนายสุเทพ กล่าวกับกองกำลังทหารว่า ภารกิจคือการดูแลไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับหน่วยทหารนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งศอ.รส. เป็นหัวใจการสั่งการของรัฐบาล และยังมีนายกฯ รองนายกฯ รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของทหารทำงานอยู่ที่นี่ หน้าที่ของกองกำลังคือปกป้องหน่วยทหารแห่งนี้ไม่ให้ใครมาบุกรุก เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย รักษาประชาธิปไตย ภายใต้พ.ร.บ.ความมั่นคง
“เราไม่ได้มองคนที่มาชุมนุมเป็นศัตรู ที่ต้องบดขยี้ทำลาย เราไม่มีเจตนาทำร้ายใคร ผมขอบคุณทหารเป็นพิเศษเพราะเป็นครั้งแรกที่ทหารปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีอาวุธ เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยจึงเก็บอาวุธไว้ที่คลัง” นายสุเทพ กล่าวและว่า สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านหรือพรรค การเมือง เป็นเรื่องฝ่ายรักษากฎหมายบ้านเมืองกับฝ่ายที่ทำลายกฎหมายบ้านเมือง ตนเห็นใจและเข้าใจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยมือเปล่า มีอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเล็กน้อย ทั้งนี้ ตนจะยังอยู่ที่นี่ร่วมกับข้าราชการทุกคน จะทำงานและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน จนกว่าภารกิจจะผ่านพ้นไป
จากนั้นนายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า การชุมนุม 2 วันที่ผ่านมาเราปฏิบัติต่อกันด้วยดี เจ้าหน้าที่ดูแลกฎหมายปกป้องบ้านเมืองตามมาตรการที่กำหนดไว้และพยายามผ่อนปรน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดข้องหมองใจ ถ้าปฏิบัติอย่างนี้ได้ตลอดการชุมนุม ไม่ว่าคนจะมีมากน้อยแค่ไหน อยู่กี่วันก็ไม่มีปัญหา ขอเรียกร้องให้ทุกคนที่ประกาศว่าเป็นนักนิยมประชาธิปไตย เคารพกฎหมายบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด เราจะได้อยู่กันอย่างสันติ
-ยังไม่รู้จะใช้พรก.ฉุกเฉินหรือไม่
เมื่อถามว่า หากมีความรุนแรงจะประกาศใช้พ.ร.ก.การรักษาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเลยใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ผมไม่พูดอะไรทั้งนั้น ในเรื่องที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า แต่ผมจะตัดสินใจด้วยเหตุผลตามสถานการณ์ และสิ่งที่ตัดสินใจ ประชาชนจะได้รับการชี้แจง อธิบายถึงเหตุผล การจะประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ผมจะดูสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น ยืนยันว่าจะดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ด้วยเหตุผลที่เหมาะสม และสื่อจะได้รับการชี้แจงจากผมและศอ.รส.เมื่อมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ถ้าสถานการณ์เบาบางลง เราก็ผ่อนปรน แต่ถ้าสถานการณ์เข้มข้นขึ้น เราต้องกำหนดมาตรการให้แข็งแรงขึ้น ถึงตอนนี้ผมยืนยันว่ายังไม่มีการร่างพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้”
เมื่อถามว่าแนวโน้มจะประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนขอไม่ตอบ แต่ขอดูสถานการณ์เป็นหลัก สถานการณ์ต่างๆ ตนป็นห่วงและกังวลอยู่ทุกวัน เมื่อไหร่ที่ผู้ชุมนุมกลับบ้านหมด และทุกอย่างคืนสู่สภาพเดิมก็หายกังวล ส่วนผู้ชุมนุมจะมาปิดล้อมร.11 รอ.มาได้ แต่ต้องระวังอย่าให้กีดขวางจราจร และอย่าบุกรุกเข้ามาในเขตพื้นที่หวงห้าม พื้นที่ราชการ ถ้าฝ่าฝืนบุกรุกเข้ามา เจ้าหน้าที่จะจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย ยอมรับว่าศอ.รส. และตนเป็นห่วงกรณีที่มีกลุ่มผู้ขี่จยย.ก่อกวนบนท้องถนน ต้องดูแลระวังทุกด้านทุกมุม ให้สถานการณ์สงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตามคณะทำงานประสานงานกลุ่มผู้ชุมนุมมีการประสานงานตลอดเวลา โดยนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานฯประสานกับน.พ.เหวง โตจิราการ ตลอดเวลา
-เตรียมฮ.ไว้อพยพมาร์ค-เทือก
เมื่อถามว่าวันที่ 15 มี.ค. นายกฯยังคงอยู่ในร.11 รอ.ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “นายกฯต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ หากมีราชการข้างนอกก็ออกไปปฏิบัติงานตามที่กำหนดไว้ ขอฝากถึงคนเสื้อแดงว่าการเคลื่อนไหวต่างๆ ต้องไม่ทำให้การใช้ชีวิตของคนกทม.เป็นอุปสรรค วันพรุ่งนี้ทุกคนต้องทำมาหากิน ราชการเปิดทำการ จึงอยากวิงวอนว่าอย่าทำอะไรที่ขัดขวางการจราจร เพราะจะสร้างความเดือดร้อนและทำผิดกฎหมาย ส่วนคนกทม.ต้องอดทน อดกลั้น ผมได้สั่งการตำรวจจราจรว่าถ้ามีปัญหาการจราจร ผู้บังคับการจราจรประชา สัมพันธ์ออกทีวี วิทยุ ชี้แจงให้ประชาชนทราบทันทีว่าเส้นทางจราจรสำรองอยู่จุดไหน และให้ตั้งทีมไปแก้สถานการณ์ตามที่เตรียมการไว้”
เมื่อถามว่าศอ.รส.จะนำข้อเสนอของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ให้รัฐบาลยุบสภามาพิจารณาหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ไม่มีหน้าที่พิจารณาว่าจะยุบหรือไม่ยุบสภา
เมื่อถามว่ายังมั่นใจว่าคุมสถานการณ์ได้อยู่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และหวังว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร จะมีอุดมการณ์เหมือนกัน การทำหน้าที่วันนี้คือปกป้องบ้านเมือง ปกป้องระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ทำเพื่อรัฐบาล ตนหรือใคร แต่ทำเพื่ออนาคตของทุกคน และเช้าวันที่ 15 มี.ค.ตนจะพาสื่อไปดูการเตรียมการป้องกันสถานการณ์ที่ ร.11 รอ. ทุกคนจะเห็นว่ารัฐบาลไม่มีเจตนาจะทำอะไรรุนแรง
แหล่งข่าวนายทหารระดับสูงในศอ.รส. เปิดเผยว่า ที่ประชุมศอ.รส. ประเมินว่าการชุมนุมจะมีความรุนแรงมากที่สุดในคืนวันที่ 14 มี.ค.นี้ เนื่องจากวันที่ 15 มี.ค.นี้ กลุ่มต่างๆ จะมารวมกันชุมนุม เดิมเราคาดการณ์ว่าวันที่ 14 มี.ค.จะมีคนมามาก แต่ปรากฏว่ากลุ่มชุมนุมมีน้อยกว่าที่ประชุมศอ.รส.ประมาณการไว้ โดยมีเพียง 52,000 คน ทั้งที่ประมาณไว้ 100,000 คน อย่างไรก็ตาม คาดว่าการชุมนุมในคืนวันที่ 14 มี.ค.น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของการชุมนุม แต่คาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่น่าจะเกิน 100,000 คน ส่วนผู้นำระดับสูงของรัฐบาลและกองทัพจะพักอยู่ภายในร.11 รอ. เพื่อความสะดวกรักษาความปลอดภัย หากเกิดเหตุการณ์รุนแรง ทางร. 11 รอ.ได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ เพื่อพาตัวนายกรัฐมนตรี รองนายกฯและรมต.ออกจากพื้นที่ร. 11 รอ.ได้ทันที
-ตร.ปิดถนน 6 เส้นเลี่ยงม็อบ
วันเดียวกัน พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. ดูแลการจราจร เปิดเผยถึงเส้นทางที่ปิดการจราจร เนื่องจากในวันที่ 15 มี.ค. เป็นวันเปิดทำการตามปกติ ว่า ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยง 6 เส้นทาง ดังนี้ ถนนอู่ทองใน ถนนราชดำเนินนอก ราชดำเนินใน ถนนศรีอยุธยา ถนนพิษณุโลก จุดเชื่อมต่อสะพานพระปิ่นเกล้า สะพานซังฮี้ โดยเส้นทางดังกล่าวไม่สามารถใช้งานได้ จึงขอให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวหลีกเลี่ยงใช้เส้นทางอื่นแทน โดยผู้ที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะสามารถสอบถามได้ที่หมายเลข 184 จุดที่ปรับเปลี่ยนเส้นทาง และในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรแต่ละพื้นที่ดูแลระบายการจราจรให้สามารถใช้งานได้ และติดป้ายเส้นทางลัด หรือหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้กระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ ออกแถลงการณ์งดการเรียนการสอนและการสอบ งดติดต่อราชการ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 15-16 มี.ค. ในกรณีที่คณะใดมีการสอบที่ท่าพระจันทร์ ในระหว่างวันดังกล่าว ขอให้นักศึกษาติดต่อคณะที่รับผิดชอบโดยตรง ในเรื่องการกำหนดวันสอบใหม่
ขณะที่โรงเรียนสตรีวิทยา 1 ประกาศหยุดการเรียนการสอน ในวันจันทร์ที่ 15 มี.ค. เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดเหตุวุ่นวาย เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมเคลื่อนขบวนไปที่กรมทหารราบที่ 11
-ม็อบแดงวุ่น-ห้องสุขาไม่พอ
บรรยากาศการชุมนุมกลุ่ม นปช. ในช่วงเย็นยังเต็มไปด้วยความคึกคักเมื่อขบวนผู้ชุมนุมจำนวนมากทยอยกันเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากทางบกและทางน้ำที่โดยสารเรือมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ปทุมธานี และนนทบุรี โดยผู้ชุมนุมมีจำนวนมากจนเต็มตลอดถนนราชดำเนินและล้นเข้าไปตามซอยต่างๆ ข้างเคียงจนแน่นขนัด โดยแนวร่วมจากจังหวัดต่างๆ ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลนายอภิสิทธิ์และพล.อ.เปรมด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนรุนแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากจำนวนผู้ชุมนุมที่มีจำนวนมาก ทำให้ห้องน้ำที่จัดเตรียมไว้ทั่วบริเวณไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้เข้าชุมนุม รถสุขาเคลื่อนที่ของ กทม. นำมาบริการมีผู้เข้าไปใช้จำนวนมาก จนน้ำเสียไหลเจิ่งนองถนนส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว ส่วนห้องน้ำที่กลุ่ม นปช.ต่อขึ้นมาใหม่ทุกแห่งล้วนมีคนเข้าคิวต่อแถวจำนวนมาก มีสิ่งปฏิกูลล้นออกมาเนื่องจากท่อที่ต่อลงท่อระบายน้ำมีขนาดเล็กทำให้ระบายไม่สะดวก ส่วนบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าไม่มีห้องน้ำไว้บริการ สร้างความลำบากให้ผู้ชุมนุมพอสมควร ส่วนหนึ่งของผู้ชุมนุมที่บริเวณดังกล่าวต้องยอมเสียเงินจ่ายค่าผ่านประตูเข้าสวนสัตว์เขาดินเพื่อเข้าใช้ห้องสุขา
-วีระเตือนมาร์คให้ระวังทหาร
เวลา 19.00 น. แกนนำทั้งหมดขึ้นปราศรัยบนเวที นายวีระ มุสิกพงศ์ กล่าวว่า รายงานข่าวของกระทรวงมหาดไทยระบุมีคนเสื้อแดงที่ชุมนุมอยู่บนถนนราชดำเนินเมื่อช่วงบ่าย 4 หมื่นคน ตกเย็นสำนักข่าวราชการให้ข่าวสื่อต่างๆ ว่ามีคนมาเพิ่มรวมแล้วกว่า 1 แสนคน แต่ผู้สื่อข่าวจากบีบีซีไม่พูดถึงคนมาชุมนุม แต่พูดถึงตำรวจ ทหารที่นำมาดูแลคนเสื้อแดงว่ามีกว่า 4 หมื่นคน ใครจะเชื่อหรือไม่ ไม่ทราบ แต่วันนี้ชาวต่างประเทศคิดว่าการชุมนุมครั้งนี้คงมีแต่ทหารและตำรวจเพราะมีจำนวนเท่ากัน เนื่องจากบีบีซีไม่สามารถนับจำนวนผู้ชุมนุมได้ เราไม่ต้องนับคน ให้รัฐบาลนับเอง หากนับเป็นก็อยู่ได้ หากนับเลขไม่เป็นก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกนอกประเทศได้แล้ว ไม่ทราบว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนมากเท่าไร แต่ประชาชนเดือดร้อน เพราะครั้งนี้เป็นความ เดือดร้อนที่ยิ่งใหญ่ คนให้ความสำคัญ แม้มีเพียงหมื่นคนหรือแสนคนรัฐบาลต้องรับฟัง แต่หากเป็นล้านเมื่อไรรัฐบาลต้องยุบสภาเท่านั้น
“ประเทศนี้เป็นของประชาชน รัฐบาลก็เป็นของประชาชน ตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลมาสมัยพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่คนเดินทางมาประท้วงมากเท่านี้ คิดว่าจะอยู่ได้หรือ คิดว่าอยู่ในอ้อมกอดของทหารที่ราบ 11 เอาลูกเมียไปอยู่ในอ้อมกอดทหารแล้วจะปลอดภัยชั่วนิรันดร์เพื่อเป็นนายกฯ อยู่ นอนหลับสบายหรือ ขอเตือนว่าการอยู่ในอ้อมกอดทหารน่ากลัวเหมือนอยู่กับเสือ ไม่รู้จะหันมากัดเมื่อไร คนในพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ผ่านร้อนหนาวมามาก ไม่สนใจจะแนะนำหรือสั่งสอนเด็กหนีทหารเกณฑ์คนนี้หรือ จะให้ถูกประชาชนรังเกียจอีกนานเท่าไร จะดื้อไปเพื่ออะไร เพราะการที่ประชาชนออกมาตามถนนในวันนี้ยังไม่เข้าใจอีกหรือ ทำไมไม่ทำให้สังคมมีความสุขบ้าง เรียนมาถึงประเทศอังกฤษแต่กลับไม่เข้าใจประชาธิปไตย” แกนนำ นปช.กล่าว
-ให้เลิกทำตัวเป็นสมุนคมช.
นายวีระ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์เคยพูดไว้ว่ายินดีรับฟังข้อเสนอ แต่ไม่ยอมให้มีการข่มขู่ นายอภิสิทธิ์ใช้ลีลาของนักพูดว่าเมื่อฟังแล้วยังไม่รู้ว่าจะฟังใครระหว่างแดงสยาม แดงเสธ. หรือแดงนปช. เป็นการพูดเล่นลิ้นเพราะไม่ว่าแดงสยาม หรือแดงเสธ. ไม่ใช่แดงทั้งแผ่นดินหรือแดงนปช.ที่รักในสันติ เป็นการพูดที่เสแสร้งแกล้งทำไม่เข้าใจเท่านั้น การชุมนุมวันนี้มีข้าราชการทหาร ตำรวจเข้าร่วมจำนวนมาก ประชาชนออกมาโวยวายกันก็ออกมาบอกว่าประชาชนเสียงดัง ออกมาด่าประชาชน รัฐบาลทำตัวเป็นสมุน คมช. การที่พรรคประชาธิปัตย์ไปรับใช้ คมช.เพราะเป็นกิเลสในอำนาจ
“รัฐบาลนายอภิสิทธิ์หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศไปนานแล้ว ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ 50 กรณีที่ไม่พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คปพร. ที่น.พ.เหวงเสนอไปยังรัฐสภาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ในรัฐธรรมนูญ 50 ระบุชัดเจนว่าเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าชื่อเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อรัฐบาลไม่ดำเนินการเท่ากับว่าหลอกลวงประชาชน เห็นประชาชนเป็นคนโง่ หากรัฐบาลยังไม่รีบพิจารณาในที่ประชุมสภา คนโง่จะแสดงพลังให้คนฉลาดอย่าง รัฐบาลได้เห็น” นายวีระกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.30 น. ขณะที่นายวีระปราศรัยอยู่ ปรากฏว่าไฟฟ้าตามถนนดับลง สร้างความแตกตื่นให้ผู้ชุมนุมเป็นอย่างมาก นายวีระจึงต้องพูดไม่ให้ทุกคนตกใจ หากเกิดอะไรขึ้นกับผู้ชุมนุม ไม่มีใครต้านกระแสมหาประชาชนไปได้ หลังจากนั้นไม่นานไฟฟ้าจึงติดขึ้นมาอีก ผู้ชุมนุมทั้งหมดจึงพากันปรบมือโห่ร้องเสียงดังลั่น
-แม้วโฟนอิน-ลั่นล้มอำมาตย์
เวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ วิดีโอลิงก์ มายังกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า วันนี้พี่น้องที่ได้ฟังเสียงของนายอภิสิทธิ์ ที่อ้างว่าเป็นเทปมีการตัดต่อรู้มาว่าเพียงแค่ตัดเอาเสียงผู้ร่วมสนทนาออก ที่นายอภิสิทธิ์ ไม่ฟ้องใครเพราะถ้ามีการพิสูจน์จะเห็นว่าเสียงนั้นมีความสมบูรณ์ในตัวเองถึงการใช้อำนาจอย่างไม่อาย นายอภิสิทธิ์ ในฐานะ ประธานก.ตร. ถือว่าล้มเหลว พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. จะเป็นข้าราชการคนแรกที่เกษียณโดยไม่ได้เป็นผบ.ตร.ตัวจริง เพราะความไร้ความสามารถของคนที่เป็นประธานก.ตร.นอกจากนี้พต.ท.ทักษิณยังหยิบยกการเสียชีวิตของพ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บัน นังสตา จ.ยะลา ที่ถูกระเบิดเสียชีวิต หลังจากเคยร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการโยกย้ายตำรวจในยุครัฐบาลนี้ขึ้นมาโจมตีการทำงานของนายกฯอภิสิทธิ์ด้วย
จากนั้นกล่าวโจมตีกระทรวงมหาดไทยที่รายงานผู้ชุมนุมที่มีแค่ 6.5 หมื่นคน และโจมตีระบบอำมาตย์ที่ทำให้ตนเองพ้นจากตำแหน่ง ทำให้ประเทศล้าหลัง ขอให้ประชาชนอดทน รอการประกาศการเคลื่อนไหวต่อสู้จากนายวีระ ในวันที่ 15 มี.ค. ด้วยความสันติเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยคืนมา การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การต่อ สู้เพื่อคนๆ เดียว แต่เป็นการต่อสู้โดยใช้คน 2 คน เป็นสัญลักษณ์ ขอบคุณส.ส. พรรคเพื่อไทย นักการเมืองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่สนับสนุนคนเสื้อแดง โดยเฉพาะที่อนุญาต ให้คนเสื้อแดงผ่านด่านมาชุมนุม
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. ขอให้เกษียณในตำ แหน่งด้วยดี อย่าทำร้ายประชาชน อย่าใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ตนไม่อยากพูดว่าสมัยตนเป็นนายกฯ มีคนมาขอตำ แหน่งให้พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้ได้ไปเป็นผบ.ทหารเสือราชินี ตอนนั้นพล.อ.อนุพงษ์ ไม่เต็มใจนัก วันนี้อยากเป็นผบ.ทบ. ให้ไปขอกับนายทหารคนเดิมที่เคยมาขอกับตนและไม่ต้องไปปฏิวัติ
- ให้แดงทุกจว.ออกมาชุมนุม
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ หมดความชอบธรรมที่จะเป็นนายกฯ ไปปล้นอำนาจมาจากพรรคใหญ่ที่ควรได้ปกครองประเทศ นอกจากนี้ ครม. นี้ ยังเป็นครม. ที่มีการคอร์รัป ชั่นสูงที่สุด ทหารและสื่อก็แบ่งกันคอร์รัปชั่น ปัญหาที่แก้ไม่ได้ทุกวันนี้เพระอำมาตย์มีจิต สำนึกต่ำกว่าปัญหามาแก้ไข ขอฝากถึงประชา ชนยุบสภาเมื่อไหร่เข็ดขี้ไก่ขี้อ่อนจะไม่เลือกนายอภิสิทธิ์ มาเป็นนายกฯ อีกแล้ว ตนกลัวยุบสภาเพราะไม่รู้ว่าพล.อ.เปรม จะอยู่ไหวจนบังคับทหารมากดดันแต่งตั้งรัฐบาลนี้กลับมาอีกหรือเปล่า วันนี้ขอประชาชนอย่ายอมแพ้ อย่าห่วงตน เพราะมีอีกคนแอบล้วงและยุ่งทุกเรื่อง ทำให้กระบวนการยุติธรรมเสียหาย
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่าว่า ยืนยันว่าตนอยากเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ล้มล้างระบอบอำมาตย์เพื่อให้ประเทศก้าวหน้า มีราชอาณา จักรไทย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เหมือนเดิม ยืนยันตนจงรักภักดี อำมาตย์ไม่ต้องกลัวตน ตนใจเป็นพุทธเกินร้อยไม่ใช่คนใจร้าย พร้อมอโหสิกรรมให้ ที่ผ่านมาเราแข่งกับญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลย์ มาแล้ว วันนี้ต้องไปแข่งกับเวียดนาม ขออย่ามาแข่งกับลาว และเขมรเลย เพราะศักยภาพคนไทยมีมากแต่ทำไมไม่เจริญ คนจนยังเยอะ เพราะมีอำนาจแอบเกาะกินอำนาจประชาชน
นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังประกาศให้ทุกจังหวัดที่เสื้อแดงเข้มแข็งออกมาชุมนุมที่ศาลากลางในจังหวัดของตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องที่ชุมนุมในกรุงเทพฯถูกทำร้าย ตอนนี้มีจ.ขอนแก่นมีเสื้อแดงกว่า 2 หมื่นคนออกมาชุมนุมแล้ว
- แฉเตรียมกระสุนยางรับม็อบ
เวลา 21.15 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ประกาศบนเวทีถึงการนัดหมายกลุ่มผู้ชุมนุมให้พร้อมกันบนถนนราชดำเนินเวลา 09.00 น. วันที่ 15 มี.ค. เพื่อเดินทางไปยังร.11 รอ. กองบัญชาการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทวงถามข้อเรียกร้องของนปช.ที่ให้ยุบสภาภายใน 24 ชั่วโมง โดยจะเดินทางเป็นคาราวาน ทั้งรถปิกอัพ รถบรรทุก และคนเดินเท้า แต่ตอนนี้ทราบว่ารัฐบาลเตรียกระสุนยางซึ่งไร้คุณภาพ เคยทดลองยิงสังกะสีในระยะ 10 เมตรทะลุ เอาไว้ต้อนรับกลุ่มผู้ชุมนุม
- แฉนปช.ตัดต่อคลิปเสียงมาร์ค
เวลา 21.45 น. นายศิริโชค โสภา เลขานุ การส่วนตัวของนายกฯ แถลงว่า นายกฯได้แจ้งให้ตนมาแถลงแทนเนื่องจากติดประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมอยู่ ซึ่งการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง 2 วันนี้ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่มาวันนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้นำคลิปเสียงของนายกฯมาเปิด ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานของตำรวจและกองนิติวิทยาศาสตร์ฯตรวจ 2 ครั้ง มีความต่างของคลื่นเสียง 27 จุด แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงมีความตั้งใจจะปลุกระดมประชาชนให้โกรธและด่าว่านายกฯสั่งการทำ ร้ายประชาชน ซึ่งรัฐบาลเป็นห่วงมาก และขณะที่พ.ต.ท.ทักษินโฟนอินอยู่นั้นได้ตอกย้ำคลิปเสียงดังกล่าวว่าเป็นเสียงของนายกฯจริง แสดงว่าเป็นกระบวนการที่ตั้งใจให้ประชาชนเข้าใจผิด ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการล้มล้างรัฐบาล จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริง