อภิสิทธิ์ กับ ยิ่งลักษณ์ นายกแบบไหนที่ประชาชนต้องการ

อภิสิทธิ์ => เป็นหัวหน้าพรรค เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน และเป็น ส.ส.มาแล้ว … (8)… สมัย มีความสนใจและตั้งใจจะทำงานการเมืองตั้งแต่ยังเด็ก เป็น ส.ส. ครั้งแรกตอนอายุ 27 ปี เมื่อปี 2535 โดยขณะนั้น พื้นที่กรุงเทพมหานครกำลังตกอยู่ในกระแส “มหาจำลองฟีเว่อร์” ผู้สมัครคนอื่นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์สอบตกหมด แต่นายอภิสิทธิ์เป็น ส.ส. คนเดียวที่ชนะการเลือกตั้ง จากนั้นก็ไม่เคยสอบตก และได้ทำงานในพรรคประชาธิปัตย์จนได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยการ “ลงคะแนนเลือก” ของคนในพรรค และขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในที่สุด

ยิ่งลักษณ์ => เป็นน้องสาว หรือ เป็น “ตัวแทน” หรือ “โคลนนิ่ง” ที่พี่ชาย อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคตัวจริง กำหนดตัว ว่าต้องเป็นผู้สมัคร ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ซึ่งถูกวางไว้ ในตำแหน่ง “ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย” เพราะฉะนั้น ถ่ายรูปคู่กับยิ่งลักษณ์ ก็เหมือนกับการถ่ายรูปคู่กับทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นนายนั่นแหละ

2.พื้นฐานครอบครัว / การศึกษา / การได้รับการยอมรับ

อภิสิทธิ์ => เป็นคนหนุ่ม หน้าตาดี บุคลิกดี พูดจาฉะฉาน คล่องแคล่ว จนกระทั่ง World Economic Forum องค์กรซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการเมืองของโลก ยกย่องเขาไว้ในทำเนียบ 100 ผู้นำสำหรับโลกวันพรุ่งนี้ เมื่อปี 2535 และในปี 2542 นิตยสารเอเชียวีคได้จัดอันดับให้เป็น 1 ใน 20 ผู้นำสำหรับสหัสวรรษด้านการเมือง

อภิสิทธิ์เรียนหนังสือชั้นต้นที่ ร.ร.สาธิตจุฬาฯ แล้วไปต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนอีตัน ประเทศอังกฤษ จบปริญญาตรีด้านปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ จากอ็อกซ์ฟอร์ด โดยเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ในสาขานี้ ต่อจากพระยาศรีวิศาลวาจา อดีตปลัดทูลฉลอง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นหนึ่งในผู้ร่างกฎหมายที่จะนำมาใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

จากนั้น ได้เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.) ได้รับการแต่งตั้งยศร้อยตรี ก่อนจะลาไปศึกษาต่อระดับปริญญาโททางด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดอีกครั้ง แล้วกลับมาเป็นอาจารย์ประจำ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นยังได้ศึกษาเพิ่มเติมจนสำเร็จปริญญาตรีนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกด้วย

เกิดในตระกูลเวชชาชีวะ ซึ่งต้นตระกูลเป็นหมอ จึงได้รับพระราชทานนามสกุล ที่มีคำว่า “เวช” นำหน้า จากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 บิดามารดาก็เป็นอาจารย์แพทย์ คือ ศ.นพ. อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต รมช.สาธารณสุข กับ ศ.พญ.สดใส พี่สาวคนหนึ่งเป็นแพทย์ อีกคนหนึ่งเป็นนักแปล นักเขียนรางวัลซีไรต์ เรื่อง “ความสุขของกะทิ” แต่งงานกับ ผศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ อดีตทันตแพทย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ

ยิ่งลักษณ์ => ก็เป็นสาวสวย หน้าตาดี บุคลิกภาพดี สามารถพูดจาได้คล่องแคล่วตามแนวทางการพูดที่เตรียมพร้อมมาก่อน ตอนนี้นิวส์วีคยังไม่รู้จักเธอ แต่ต่อไปอาจจะมาสัมภาษณ์และจัดอันดับเธอบ้างก็ได้

ยิ่งลักษณ์เรียนหนังสือที่เยรีนาเชลี โรงเรียนสตรีอันดับหนึ่งของเชียงใหม่ เรียนที่ยุพราชวิทยาลัย และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาโท ในคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคนทักกีสเตท ประเทศสหรัฐอเมริกา

เริ่มเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานฝึกหัดด้านการตลาดและการขายที่บริษัทชินวัตร ไดเร็กทอรี่ส์ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจพิมพ์สมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ที่ซื้อมาจากบริษัท AT&T เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและผู้อำนวยการฝ่ายผลิต พ.ศ.2537 จึงเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเรนโบว์ มีเดีย และเลื่อนตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้อำนวยการของบริษัทไอบี เป็นกรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคม และกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท SC Asset ปี 2545 เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานกรรมการบริหารบริษัท AIS

เป็นลูกสาวคนสุดท้องของนายเลิศ ชินวัตร อดีต ส.ส. กับนางยินดี ชินวัตร นามสกุลเดิมคือ ระมิงค์วงศ์ ผู้เป็นธิดาในเจ้าหญิงจันทร์ทิพย์ ณ เชียงใหม่ เพราะฉะนั้น ลูกพรรคก็อยากจะถ่ายรูปคู่กับหลานสาวเจ้าหญิงท่านนี้ แถมบางประวัติยังบอกว่า เขามีพี่ชายเป็นอดีตเจ้ามูลเมืองด้วย

มีพี่น้องอีก 9 คน เสียชีวิตไปแล้ว 3 คน ปัจจุบันเหลือ 6 คน ยิ่งลักษณ์เป็นสาวสมัยใหม่ สมรสโดยไม่ได้จดทะเบียนกับนายอนุสรณ์ อมรฉัตร อดีตผู้บริหารในเครือบริษัทซีพีและกรรมการผู้อำนวยการบริษัท เอ็ม ลิงก์ เอเชียคอร์ปอเรชั่น จำกัด ของนาวเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาว และมีลูกชาย 1 คน

๓. การทำงาน และการผ่านพ้นวิกฤต

อภิสิทธิ์ => เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ 2 ปี ในจังหวะที่ถือว่าเป็นทุกขลาภ คือ เข้ามาดำรงตำแหน่งขณะที่กำลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก จากสาเหตุแฮมเบอเกอร์ ไครสิส ในสหรัฐอเมริกา การเมืองในประเทศก็วิกฤตด้วยความแตกแยก มีการชุมนุมสงกรานต์เลือดปี 2552 ทำลายการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ถูกรุมทำร้ายหมายเอาชีวิต ฝ่ายค้านในสภาตีรวน พรรคร่วมรัฐบาลขี่คอ แล้วยังมาเจอกับวิกฤตเผาบ้านเผาเมืองของ เสื้อแดง นปช. อีกรอบ ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 อีก
ไหนจะปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ปัญหาการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จนถูกม็อบอีกสีมากดดันจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ผ่านพ้นปัญหาทุกอย่างมาด้วยความประนีประนอม ยึดหลักการทางกฎหมาย ปัญหาเศรษฐกิจแก้ได้ ดีกว่าที่ทุกคนคาดคิด คนตกงานน้อยกว่าที่คาด ต่างประเทศให้การยอมรับ และพยายามพูดคุยกับทุกฝ่ายจนนำมาสู่การเลือกตั้งในเวลานี้

ยิ่งลักษณ์ => แม้ไม่เคยมีตำแหน่งใดๆ ในทางการเมือง ก็ไม่สำคัญ เพราะเธอคือคนที่ทักษิณ ชินวัตร กำหนดตัวมา คนในพรรคจึงให้การยอมรับโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีวิกฤตเลื่อยแข้งเลื่อยขากันแต่ประการใด ขนาดมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ประกาศอยากเป็นนายกฯ รัฐมนตรี ยังสยบยอมให้ นปช. เสื้อแดง ก็ให้การยอมรับ เพราะยิ่งลักษณ์ก็เคยมีส่วนสนับสนุนและแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนคนสื้อแดงมาก่อน สะท้อนให้เห็นว่าเธอให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน

ในเรื่องความสามารถในการฟันฝ่าวิกฤต ยิ่งลักษณ์ก็พิสูจน์แล้วว่า สามารถดูแลกิจการหรือธุรกิจสัมปทานผูกขาดระดับหมื่นล้านแทนพี่ชายมาได้โดยไม่มิดไม่เม้ม ซื่อสัตย์มาก ขนาดคำพิพากษาของศาลในคดียึดทรัพย์ทักษิณ ยังระบุชัดว่า ยิ่งลักษณ์ถือหุ้นแทนพี่ชาย และส่งคืนผลประโยชน์ให้ทุกบาททุกสตางค์

This entry was posted in ข่าว, ความจริงประเทศไทย, ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.). Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>