อันตรายของการสูบบุหรี่

องค์การอนามัยโลกกล่าวชี้ว่า ภาพที่แสดงให้เห็นถึงอันตรายของการสูบบุหรี่อย่างแจ้งชัด บนซองบุหรี่ มีประสิทธิภาพในการทำให้คนเลิกสูบบุหรี่
องค์การอนามัยโลกประกาศในวาระวันงดสูบบุหรี่โลก ในวันอาทิตย์ เริ่มการรณรงค์ลดการใช้ยาสูบโดยการขยายการกระตุ้น ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของการสูบบุหรี่
นักรณรงค์ต่อตานยาสูบ และการสูบบุหรี่กำลังดำเนินงานเชิงรุก โดยต้องการให้คนสูบบุหรี่ตกใจเกรงกลัวอันตรายของการสูบบุหรี่ และเลิกพฤติกรรมนั้น  นักรณรงค์กำลังดำเนินการให้ประเทศต่าง ๆ พิมพ์ภาพที่น่าตกใจกลัวที่แสดงให้เห็นภาพแจ้งชัด ถึงอันตรายของการสูบบุหรี่ พร้อมคำเตือนบนซองบุหรี่หรือบนหีบห่อบรรจุยาสูบ ซึ่งจะทำให้ประชาชนสังเกตเห็น และตระหนักถึงอันตรายที่การสูบบุหรี่มีต่อสุขภาพร้ายแรงอย่างไร            Douglas Bettcher ผู้อำนวยการโครงการปลอดยาสูบ ขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่า การใช้ภาพจริงของสภาพโรคภัยไข้เจ็บ ที่เป็นผลจากการสูบบุหรี่ให้เห็นจริงเห็นจัง อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งมักจะเป็นภาพน่าตกใจกลัวนั้น เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ ในการควบคุมการสูบบุหรี่ทุกวันนี้ และเป็นรูปแบบของการเผยแพร่ข่าวสารด้านสาธารณสุขออกไปทั่วโลกได้ดี อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบางคนจะแคลงใจว่า จำเป็นหรือ ที่จะต้องแสดงภาพน่ากลัวตรงๆ เช่นนั้นบนหีบห่อยาสูบหรือซองบุหรี่ แต่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า ภาพดังกล่าวทำให้คนตระหนักแน่ ถึงอันตรายและเลิกสูบบุหรี่ ดังจะเห็นได้จากแคนาดาซึ่งเป็นประเทศแรกที่เริ่มดำเนินงานนี้เมื่อ 8 ปีมาแล้ว

ขณะนี้ มีมากกว่า 20 ประเทศต้องการการเตือนอันตรายด้านสุภาพ โดยการใช้การแสดงภาพแบบนี้ ประเทศเหล่านี้มีประชากรรวมเกือบ 700 ล้านคน และมี 4 ประเทศกำลังจะเริ่มใช้วิธีการดังกล่าวในปีนี้และปีหน้า จำนวนประชากรในประเทศเหล่านี้ รวมแล้วเป็นจำนวนเพียง 10 % ของประชากรโลก

ขณะเดียวกัน การศึกษาวิจัยในบราซิล แคนาดา สิงคโปร์ และประเทศไทย ซึ่งล้วนใช้วิธีการแสดงภาพ และคำเตือนอันตรายของการสูบบุหรี่บนหีบห่อยาสูบหรือซองบุหรี่นั้น ได้ผลอย่างมากในการชักจูงโน้มน้าวให้คนเลิกสูบบุหรี่

ยาสูบเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่ป้องกันได้ องค์การอนามัยโลกรายงานว่า มีคนเสียชีวิตเพราะโรคภัยไข้เจ็บสืบเนื่อง จากการสูบบุหรี่หรือสูดควันบุหรี่ อย่างโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และเส้นเลือดในสมองอุดตัน เป็นจำนวนปีละมากกว่า 5 ล้านคน และการเสียชีวิตนั้นเกิดขึ้น ในประเทศยากจนกำลังพัฒนา

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า การพยายามดำเนินงาน แทรกแซงพฤติกรรมของประชาชน เพื่อให้เลิกสูบบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น รวมทั้งการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ และที่ทำงาน การห้ามโฆษณาและสนับสนุนกิจกรรมเกี่ยวกับยาสูบ และการขึ้นภาษี และขึ้นราคาบุหรี่หรือยาสูบ

ผลเสียของการสูบบุหรี่

โทษของบุหรี่สมัยนี้มีมากว่าสมัยก่อนหลายเท่าเนื่องจากบุหรี่ปัจจุบันมีสารนิโคตินและ tar ต่ำทำให้คนสูดบุหรี่เข้าปอดให้ลึกๆ

ผู้ที่อยู่กับผู้ที่สูบบุหรี่ก็ได้รับผลเช่นเดียวกันเราเรียกกลุ่มนี่ว่าสูบบุหรี่มือสอง ควันที่ออกจากผู้สูบบุหรี่จะมีสารที่มีขนาดเล็กสามารถเข้าปอดของผู้สูบบุหรี่มือสองผลเสียของการสูบบุหรี่ได้แก่

1. โรคหัวใจ

การสูบบุหรี่จะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ผู้ที่สูบบุหรี่จะเพิ่มอัตราการเกิดโรหัวใจ 5 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีระดับไขมัน HDL-Cholesterol(ไขมันซึ่งป้องกันหลอกเลือดแดงตีบ)ต่ำ และยังกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติทำให้หัวใจและหลอดเลือดเกิดโรค ยิ่งสูบมากยิ่งมีโอกาสเกิดโรคมาก โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากกว่าผู้ชายที่สูบบุหรี่เนื่องจาการสูบบุหรี่มีผลต่อระดับฮอร์โมน estrogen มีรายงานว่าผู้ที่สูบุหรี่มือสองเมื่ออยู่ในห้องที่สูบบุหรี่เพียงครึ่งชั่วโมงระดับของสารต้านอนุมูลอิสระในเลือดเช่นวิตามิน ซีจะมีระดับลดลง

2. โรคมะเร็ง 

 ร้อยละ30ของผู้ป่วยมะเร็งจะสูบบุหรี่ ผู้ป่วยมะเร็งปอดจะสูบุหรี่ร้อยละ85 ผู้ที่สูบบุหรี่มือสองจะมีการเพิ่มขึ้นของมะเร็งปอดร้อยละ 25 ผู้ที่สูบุหรี่ที่มีไส้กรองจะมีอุบัติการณ์ของมะเร็งปอดชนิด adenocarcinoma สูงเนื่องจากผู้ป่วยจะสูดเข้าแรงมากทำให้สารก่อมะเร็งเข้าสู่ปอด ผู้ที่สูบบุหรี่ที่ใส่ menthol ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดสูง นอกจากมะเร็งปอดแล้วบุหรี่ยังก่อให้เกิดมะเร็งที่คอ ปาก หลอดอาหาร ไตกระเพาะปัสสาวะ มดลูก

3. โรคอัมพาตและสมองเสื่อม

ผู้ที่สูบบุหรี่วันละซองจะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคอัมพาต2เท่าครึ่งเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบ และยังพบว่าปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่หลังหยุดสูบบุหรี่ 14 ปี นอกจากนั้นยังพบโรคสมองเสื่อมเพิ่มในผู้ที่สูบบุหรี่

4. โรคปอด

ปีหนึ่งจะมีผู้ที่สูบบุหรี่เสียชีวิตจากโรคถุงลมโป่งพอง ปอดบวม หลอดลมอักเสบเป็นจำนวนมาก

5. การตั้งครรภ์และทารก

ผู้ที่สูบบุหรี่วันละซองโดยเฉพาะที่เริ่มสูบตั้งแต่อายุ 18 ปีจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เป็นหมัน ครรภ์นอกมดลูกและการแท้งและยังเพิ่มอัตราการตายในทารก การสูบบุหรี่จะไปลดกรดโฟลิก กรดโฟลิกจะมีส่วนช่วยป้องกันความพิการแต่กำเนิด ลูกที่เกิดจากแม่ที่สูบบุหรี่มักจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ

สำหรับเด็กที่เติบโตในสิ่งแวดล้อมที่พ่อหรือแม่ที่สูบบุหรี่จะมีอุบัติการณ์การเกิดโรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ ปอดบวม เพิ่มขึ้นร้อยละ50

6. การสูบบุหรี่กับสุขภาพช่องปาก

การสูบบุหรี่สามารถทำให้โรคมะเร็งในช่องปากและโรคเหงือก โดยควันบุหรี่จะทำลายเนื้อเยื่อที่ยึดระหว่างเหงือกและฟันทำให้เหงือกร่น ทำให้ดื่มน้ำร้อนหรือน้ำเย็นจะเสียว เกิดฟันผุ ทำให้แผลหายช้า มีกลิ่นปาก มีคราบบุหรี่ติดที่เหงือกและฟัน

7. การสูบบุหรี่กับโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ

โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ผู้ที่สูบจะมีอายุสั้นกว่าผู้ที่ไม่สูบประมาณ 7-10ปี บุหรี่นอกจากจะทำให้เกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือดยังก่อให้เกิดโรคข้อและกระดูกดังนี้

  • โรคกระดูกพรุน การสูบบุหรี่จะลดเลือดที่ไปเลี้ยงกระดูก นิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ยังลดการสร้างกระดูกและลดการดูดซึมแคลเซียมทำให้ผู้ที่สูบมีโรคกระดูกพรุน กระดูกหักง่าย
  • การสูบบุหรี่ทำให้กระดูกสะโพกหักง่ายเนื่องจากกระดูกพรุน
  • การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการอักเสบของข้อและกระดูกจากการออกกำลังได้ง่าย มีการฉีกของเอ็นและกล้ามเนื้อ
  • การสูบบุหรี่ทำให้กระดูกที่หักต่อติดกันได้ยากและทำให้แผลหายช้า
  • การสูบบุหรี่ทำให้ประสิทธิภาพของนักกีฬาลดลงเนื่องจากการทำงานของปอดสู้ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ไม่ได้ ผู้ที่สูบบุหรี่จะหายใจมากกว่าผู้ที่ไม่สูบ 3 ครั้ง
  • ผู้ที่สูบบุหรี่มีโรคปวดหลังมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

8. การสูบบุหรี่กับโรคทางเดินอาหาร

การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคร้ายแรงมากมาย และมีการเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆรวมทั้งระบบอาหาร โรคทางเดินอาหารที่สัมพันธ์กับบุหรี่มีดังนี้

Heartburn 

หรือคนไทยเรียกร้อนใน ผู้ป่วยจะมีอาการจุกหน้าอก เกิดจาการที่บุหรี่ทำให้หูรูดที่กั้นระหว่างกระเพาะและหลอดอาหารหย่อนตัว กรดจากกระเพาะล้นเข้าไปยังหลอดอาหารทำให้เกิดการอักเสบ

Peptic Ulcer

เชื่อว่าบุหรี่ทำให้เกิดการติดเชื้อ Helicobacter pylori (H.pylori)ได้ง่าย เชื้อดังกล่าวเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นการสูบบุหรี่ยังทำให้ตับอ่อนไม่สามารถสร้างด่างได้มากพอ กรดที่มาจากกระเพาะจึงมีความเป็นกรดมากจึงทำให้เกิดแผลโดยเฉพาะแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้น duodenal ulcer และจะหายยากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

This entry was posted in สุขภาพ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>