เมื่อวันที่ 19 พ.ค. บรรยากาศการชุมนุม ที่เวทีสี่แยกราชประสงค์ ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างเคร่งเครียด หลังจากมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทหารจะนำกำลังเข้าสลายการชุมนุม แกนนำนปช.ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง น.พ.เหวง โตจิราการ และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย นั่งติดตามการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์จากช่องต่างๆ ฟังรายงานสถานการณ์การเข้าสลายการชุมนุมบริเวณแยกศาลาแดง และในพื้นที่ต่างๆ ด้วยความเคร่งเครียด
จากนั้นเวลา 08.00 น. ทุกคนเดินไปหารือบริเวณหลังเวทีเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ก่อนเข้าไปภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้เป็นที่ประชุม ทั้งนี้ บนเวทีปราศรัยได้เล่นดนตรีเพื่อผ่อนคลายความเครียดให้ผู้ชุมนุม ในช่วงที่มีรถกู้ชีพขับผ่านบริเวณ หลังเวที ซึ่งจะมีเสียงสัญญาณไซเรนดังมายังบริเวณที่ชุมนุม ผู้ชุมนุมจะพนมมือแล้วหันหน้าไปยังศาลท้าวมหาพรหม
ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ช่วงรอยต่อคืนวันที่ 18 พ.ค. ต่อเนื่องถึงวันที่ 19 พ.ค. แกนนำผลัดกันปราศรัยแจ้งเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมให้ระวังการเข้าสลายการชุมนุม โดยนายณัฐวุฒิและนายจตุพรนั่งประจำอยู่หลังเวทีตลอดทั้งคืน ขณะที่พื้นที่การชุมนุม นอกจากบริเวณใกล้เวทีปราศรัยที่เปิดไฟสว่างแล้ว บริเวณรอบนอกทั้งสี่แยกปทุมวัน แยกประตูน้ำ แยกเพลิน จิตและแยกศาลาแดง ต่างปิดไฟมืดสนิท มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนและการ์ดนปช.นั่งอยู่ตามทางเท้ารอรับเหตุการณ์ เวลา 04.00 น. นายณัฐวุฒิขึ้นประกาศบนเวทีว่ามีรถสายพานลำเลียงออกจากเกียกกายมาประจำการที่ด่านสีลม ให้การ์ดทุกด่านเตรียมพร้อม เวลา 06.00 น. นายณัฐวุฒิ ปราศรัยอีกครั้งว่า ทหารตั้งกำลังโอบล้อมพื้นที่ชุมนุมสี่แยกราชประสงค์และพื้นที่การชุมนุมย่อย ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกมาสมทบในพื้นที่ใกล้เคียงให้มากที่สุด ระหว่างนั้นผู้ชุมนุมบางส่วนยิงบั้งไฟและจุดโคมลอยเพื่อขัดขวางการบินของเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์
-ขวัญชัยยันข้ามพ้นแม้วแล้ว
นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนรักอุดร ปราศรัยบนเวทีว่า การชุมนุมต่อสู้ครั้งนี้เราก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปแล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้ยังก้าวไม่ผ่าน พยายามเอามา เป็นเงื่อนไขกล่าวหาว่าเรารับคำสั่งพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่ไม่จริง ศอฉ.พยายามใส่ร้ายพวกเราว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นพวกที่ต้องการล้มสถาบัน โดยใช้สื่อของรัฐบาลและสื่อทีวีต่างๆ ให้ประชาชนเข้าใจพวกเราผิด ขณะนี้เราพร้อมยุติการชุมนุม แต่รัฐบาลต้องสั่งให้ทหารหยุดยิงและออกจากบริเวณแยกราชประสงค์ก่อน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการการเจรจา หาทาง ออกให้ประเทศ เราต้องการสันติ ถึงอย่างไรก็สู้ทหารไม่ได้ เพราะเรามีเพียงสองมือเปล่า ขอให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองส่งสัญญาณไปยังนายอภิสิทธิ์ให้หยุดสลายการชุมนุม ที่พูดไม่ได้กลัวตาย แต่ต้องการเก็บชีวิตไว้เพื่อต่อสู้ในภายภาคหน้า
-ร.พ.ตำรวจเตรียมแพทย์พร้อม
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมความพร้อม เฝ้าอยู่ทุกประตูเข้าออก โดยประตูด้านหน้าปิดล็อกพร้อมใช้ลวดหนามวางกั้น ส่วนประตูหลังที่ติดร.พ.ตำรวจ มีการนำรถควบคุมผู้ต้องหามาจอดขวางไว้ ขณะที่ประตู 1 สตช. ซึ่งเคยเปิดให้ผู้สื่อข่าวเข้าออกเพื่อทำข่าวการชุมนุม ได้ปิดล็อกห้ามเข้า-ออกตั้งแต่เวลา 06.30 น. ทั้งนี้ โรงพยาบาลตำรวจ ได้เตรียมพื้นที่ฉุกเฉินและเตียงรับผู้ป่วย แต่เปิดประตูให้เฉพาะผู้บาดเจ็บเข้าได้เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 06.00 น. ซึ่งโทรทัศน์แต่ ละช่องรายงานข่าวการเคลื่อนกำลังของเจ้าหน้าที่ทหาร ศอฉ. ได้นำเทปการแถลงข่าวของวันที่ 18 พ.ค. มาเปิดเป็นเวลา 30 นาที ทำให้การรายงานข่าวของแต่ละสถานีต้องชะงักไป
เวลา 07.15 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษาสบ 10 ได้เดินทางมาตรวจพื้นที่ภายในสตช. จากนั้นให้สัมภาษณ์ ว่า ทหารประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลพื้นที่ภายในสตช. เท่านั้น แต่เตรียมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลหากเกิดเหตุร้ายแรงไว้แล้ว หากเกิดเหตุรุนแรงจะเปิดประตูสตช.ให้กลุ่มผู้ชุม นุมเข้ามาหลบหรือไม่นั้น คงต้องดูตามความเหมาะสม
-”ณัฐวุฒิ”ให้ผู้ชุมนุมตั้งสติมั่น
เมื่อเวลา 07.00 น. ที่เวทีราชประสงค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากแกนนํานปช.ได้รับรายงานว่ากำลังทหารเริ่มเคลื่อนเข้ามาประชิดหน้าด่านนปช.บริเวณสี่แยกศาลาแดง และแยกอื่นๆ รอบราชประสงค์ พร้อมปิดเส้นทางเข้าออกทุกทางได้สำเร็จ แกนนำนปช.ทั้งหมดเริ่มอยู่ในสภาพที่เคร่งเครียดอย่างมาก โดยตรวจเช็กข่าวจากหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ พร้อมประชุมหารือกันอยู่หลังเวทีตลอดเวลาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
จากนั้น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช.ได้ขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมประกาศให้ผู้ชุมนุมทราบถึงสถานการณ์ที่มีการรุกประชิดของทหารทุกด้าน โดยปลุกเร้าผู้ชุมนุมให้มีกำลังใจ พร้อมให้มีสติในการตั้งรับสถานการณ์ หลังประกาศ เสร็จผู้ชุมนุมได้ส่งเสียงโห่ร้อง จากนั้นวงดนตรีเดอะ เรด ของ นปช.ได้บรรเลงเพลงจังหวะเร้าใจ ให้ผู้ชุมนุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงซึ่งเหลือที่หน้าเวทีไม่กี่ร้อยคน ขยับแข้งขาเต้นกันอย่างสนุกสนาน ส่วนบนท้องฟ้าเหนือแยกราชประสงค์นั้น เฮลิคอปเตอร์ทหารแบบแบล็กฮอว์ก 2 ลำ คอยบินวนเวียนสังเกตการณ์เหนือยอดตึก การ์ดนปช.จึงปล่อยโคมลอย และยิงพลุตะไลขึ้นสกัดกั้น ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า หลังถูกตัดเส้นทางเข้าออก ส่งผลให้เสบียงอาหารไม่สามารถผ่านเข้ามายังที่ชุมนุมได้ ดังนั้นฝ่ายเสบียงนปช.จึงต้องงัดเสบียงสำรองมากินกัน ส่วนใหญ่เป็นบะหมี่สำเร็จรูปกับกาแฟ ทำให้อาหารเช้าของแกนนำเหลือเพียงแค่บะหมี่สำเร็จรูปเท่านั้น
-ปะทะศาลาแดง-เริ่มเจ็บตาย
จากนั้น เวลาประมาณ 09.00 น. การ์ดนปช.เริ่มทยอยนำร่างผู้บาดเจ็บ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการ์ดที่ถูกยิงมาจากด่านศาลา แดง และด่านสารสิน ทยอยส่งเข้ารับการรักษาที่ร.พ.ตำรวจเป็นระยะๆ ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพถูกยิง ที่หัวและหน้าอก เบื้องต้นราว 6 ราย เสียชีวิต 1 ราย และเริ่มมีรถพยาบาลนปช.ลำเลียงผู้บาดเจ็บเข้ามาเพิ่มเป็นระยะๆ ส่วนเวทีปราศรัย นั้น แกนนำนปช.เริ่มสลับกันขึ้นกล่าวโจมตีทหาร และให้กำลังใจผู้ชุมนุม โดยมีพระภิกษุจำนวนหนึ่งเข้ามาอยู่ให้กำลังใจหลังเวที ขณะเดียวกันเริ่มมีหน่วยแทรกซึมของทหาร เข้ามาตัดสายลำโพง ตามพื้นที่ต่างๆ ของการชุมนุม เพื่อไม่ให้เสียงจากเวทีกลางสื่อสารไปถึง การ์ดนปช.ต้องระดมกำลังตามล่าตัวกันจ้าละหวั่น
ต่อมา นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการว่าห้ามไม่ให้การ์ดออกไปนอกแนวบังเกอร์ ในส่วนของด่านหน้าที่แตกนั้น ให้มวลชนถอยร่นเข้ามา อย่างไรก็ตาม มาตรการรับมือขณะนี้ไม่มี นปช.และยังคงประสานกับทีมของส.ว.ที่เข้ามาประสานงานเรื่องเจรจาอยู่
-ถูกทหารยิงกราดถอยทัพกลับ
เวลา 10.00 น. รถพยาบาลและรถลำเลียงของนปช. ยังคงลำเลียงขนย้ายผู้บาดเจ็บจากการปะทะที่บริเวณด่านสารสินเข้ามายังโรงพยาบาลตำรวจอย่างต่อเนื่อง รวมผู้บาดเจ็บเบื้องต้นราว 10 ราย ส่วนใหญ่ถูกกระสุนปืนอาการสาหัส นอก จากนี้ ภายในโรงพยาบาลตำรวจ สื่อมวลชนไทยส่วนใหญ่ ต่างเข้าไปรวมตัวกันอยู่เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ระหว่างการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนั้น ทางผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ สั่งการให้ขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ และบุคลากรทั้งหมดจากอาคารเฉลิมพระเกียรติมาไว้ที่ตึกอำนวยการ เพื่อให้ห่างจากบริเวณพื้นที่ชุมนุม พร้อมสั่งปิดประตูทางเข้าออกโรงพยาบาลทุกด้าน ขณะเดียวกันเหล่าการ์ดนปช.เริ่มระดมยางรถยนต์รอบพื้นที่ ขนขึ้นรถกระบะออกไปเสริมเป็นบังเกอร์ที่แยกสารสิน ซึ่งผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นการ์ดนปช.จำนวนหนึ่งพกอาวุธปืนยาวอย่างน้อย 2 กระบอก และปืนสั้นขึ้นจักร ยานยนต์ไปเสริมกำลังบริเวณดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ การ์ดนปช.ยังสั่งการให้ช่างภาพนปช.บันทึกภาพที่ตู้คอนเทนเนอร์และตามเต็นท์ต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่าหลังถูกยึดพื้นที่แล้ว จะโดนทหารนำอาวุธสงครามมาซุกภายหลัง
จากนั้น เวลา 11.00 น. ที่เวทีปราศรัยราชประสงค์ การ์ดและมวลชนจำนวนมากเริ่มแตกทัพมาจากด่านสารสินเข้า มาที่แยกราชประสงค์จำนวนมากในสภาพตื่นตระหนก ซึ่งระหว่างแกนนำนปช.ที่ยังเหลืออยู่กำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียด จู่ๆ ได้มีมวลชนจำนวนหนึ่งชี้ขึ้นไปบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส อ้างว่าเห็นกำลังทหารกำลังเคลื่อนพลเข้ามา ส่งผลให้เกิดความแตกตื่นบริเวณด้านหลังเวที นักข่าวหลบกันอลหม่าน การ์ดนปช.ปรี่เข้าคุ้มกันแกนนำแล้วหิ้วตัวออกมาจากเต็นท์ทันที
-สั่งอพยพเด็ก-ผู้หญิงไปวัดปทุม
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด นายณัฐวุฒิขึ้นไปบนเวทีแล้วจับไมค์เพื่อประกาศท่าทีต่อผู้ชุมนุม แต่มวลชนด้านหน้าเวทีได้โห่ร้องไล่ให้หลบลงจากเวที เพื่อให้พ้นวิถีกระสุน ทางการ์ดนปช.จึงจับนายณัฐวุฒิมานั่งหลบอยู่หลังกลองชุดใต้ทางรถไฟฟ้า แล้วนำกำลังการ์ดราว 10 คน มาล้อมกรอบไว้ เพื่อแถลงข่าวบนเวทีปราศรัย ส่วนบนรถไฟฟ้าบีทีเอสนั้นปรากฏว่าจากการตรวจสอบภายหลังพบว่าบุคคลที่ขึ้นไปอยู่นั้น ความจริงเป็นเจ้าหน้าที่การ์ดนปช.
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ทหารกำลังปิดล้อมเข้ามา ในขณะที่เรายังยืนยันหลักการสันติและพร้อมเดินหน้าเข้าสู่การเจรจา แม้รัฐบาลกระหยิ่มที่ยังสังหารคนมือเปล่าได้ แต่เรายังจะปักหลักสู้ ใครที่เอาลูกหลานมาให้นำไปไว้ในที่ปลอดภัยที่วัดปทุมวนาราม ใครที่ประสงค์จะปักหลักสู้ต่อไปขอให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ เราเดินทางมาถึงจุดท้ายแล้วที่จะพิสูจน์หัวใจนักสู้ของชาวไพร่ ประเทศไทยได้บันทึกหัวใจยิ่งใหญ่ของคนเสื้อแดงแล้ว ทั้งนี้แกนนำจะไม่เอาผู้หญิงและเด็กเป็นโล่กำบังอย่าง เด็ดขาด แกนนำยังพร้อมเดินหน้าขั้นตอนนับหนึ่งให้สัมฤทธิผล ถ้าทหารประสงค์จะฆ่าแกนนำเราพร้อมเผชิญชะตากรรมอยู่ที่นี่
-แกนนำบางคนเริ่มออกนอกพื้นที่
เวลา 12.10 น. นายณัฐวุฒิ ขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อขับร้องเพลงให้สถานการณ์ผ่านคลายความตึงเครียด โดยนั่งร้องเพลงท่ามกลางการล้อมกรอบของการ์ดนับ 10 คน ส่งผลให้มวลชนที่เหลืออยู่ราวพันกว่าคน ถึงกับร้องไห้ออกมา นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวพบว่า ที่หลังเวทีปราศรัย มีแกนนำนปช.หลายคนหายหน้าไป ระหว่างการถูกปิดล้อมในช่วงวิกฤตสุดขีด ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายพายัพ ปั้นเกตุ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ น.พ.เหวง โตจิราการ นางธิดา ถาวรเศรษฐ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ โดยก่อนหน้านี้ที่หายหน้าไปมีนายวีระ มุสิกพงศ์ นายอดิศร เพียงเกษ นายวิสา คัญทัพ นางไพจิตร อักษรณรงค์ ส่วนที่ยังเหลือปักหลักอยู่กับมวล ชนคือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายขวัญชัย สาระคำ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายอารี ไกรนรา นายยศวริศ ชูกล่อม เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่นำเสื้อเกราะกันกระสุนมาสวม
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในช่วงสถานการณ์คับขัน ผู้ชุมนุมบางคนเตรียมกระดาษ พร้อมน้ำมันมาราดที่หน้าประตูทางเข้าออกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเสริมลวดหนาม และนำรถบรรทุก 6 ล้อ เพื่อเป็นแนวป้องกัน
ส่วนที่วัดปทุมวนารามในช่วงเช้านั้น ผู้ชุมนุม ที่อยู่ในเขตอภัยทานบางส่วนสวดมนต์อยู่ในโบสถ์ โดยมีผู้ชุมนุมทยอยเดินเข้ามาสมทบในวัดเรื่อยๆ
-แกนนำยุติชุมนุม-มอบตัว
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมความพร้อมภายหลังแกนนำทั้ง 7 คน ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา สบ.10 ในเวลา 13.00 น. ซึ่งการมอบตัวครั้งนี้ แกนนำจะเดินผ่านเข้าบริเวณประตู 1 ด้านหน้าของสตช. โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแถวเป็น 2 แนว เพื่อรักษาความปลอดภัย
เวลา 13.20 น. ที่บริเวณเวทีแยกราชประสงค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำนปช. ซึ่งประกอบด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายนิสิต สินธุไพร นายอารี ไกรนรา นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก พร้อมทั้งการ์ด นปช.ประมาณ 10 คน ได้ขึ้นบนเวที เพื่อประกาศยุติการชุมนุม ท่าม กลางเสียงโห่ร้องของผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง
-จตุพรร่ำไห้-ทำเพื่อชีวิตม็อบ
จากนั้น นายจตุพร กล่าวกับผู้ชุมนุมเป็น คนแรกด้วยเสียงสั่นเครือ และร้องไห้ออกมาว่า อยากบอกว่าเรื่องชีวิตมันเล็กน้อยมาก เพราะคนที่เสียชีวิตไม่ได้เป็นพวกตน แต่เป็นประชาชน มันเจ็บปวด เพราะพวกตนรอดชีวิต ซึ่งรู้ว่าหากทหารขยับมาถึงเวที พี่น้องก็พร้อมพลีชีพ ไม่รู้อีกกี่ร้อยกี่พันชีวิต ฉะนั้นจึงอยากกล่าวถึงความรู้สึก วันนี้พวกตนไม่ได้ยอมจำนน แต่ไม่ต้อง การให้เสียชีวิตกันอีกแล้ว ตนรู้และเข้าใจว่าพี่น้องขมขื่นและเจ็บปวด ไม่น้อยกว่าพวกตน ดังนั้น พวกตนและเพื่อนจะเดินทางไปที่สตช. เพื่อหยุดความตายของพี่น้องเรา แต่การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด เพราะที่ดินแดง ศาลาแดง ยังตายกันอยู่ และอีกหลายที่ยังมีคนตายอยู่ เรามาช่วยกันหยุดความตายดีกว่า
นายจตุพร กล่าวว่า พวกตนไม่เคยทรยศกัน แต่เรารักษาชีวิตพี่น้องเรา กว่าจะมาถึงเวทีตนไม่รู้ว่าอีกกี่สิบชีวิต หรืออาจเป็นร้อยชีวิต ซึ่งการ ต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด แต่วันนี้ขอหยุดความตาย และได้โปรดอย่าต่อว่าพวกตนเลย รู้ว่าเจ็บปวด ขม ขื่น เราเหนื่อยกันมาหลายเดือนและไม่ต้องการให้เกิดสภาพแบบนี้ แต่เขามีเป้าหมายกับพวกตนแต่ขอให้สบายใจว่าเราไม่เปลี่ยนความคิด แต่ เราทนไม่ได้จริงๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายจตุพร กล่าวจบผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ถึงกับร่ำไห้ ปล่อยโฮออกมา ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนตะโกน กรีดร้องออกมาว่าไม่ฟัง ไม่เอา ไม่ไป ไม่ยอม พร้อมทั้งโห่ร้องอย่างกึกก้อง
-”ณัฐวุฒิ”ย้ำรอเวลาเพื่อสู้ใหม่
จากนั้นนายณัฐวุฒิ กล่าวเป็นคนที่สองว่า เป็นอีกครั้งที่เราตัดสินใจด้วยความยากลำบาก พวกตนทำอย่างดีที่สุดเพื่อให้ประเทศนี้เป็น ของประชาชนอย่างแท้จริง แต่เมื่อการต่อสู้ของประชาชนเกิดความสูญเสีย บาดเจ็บล้มตายมาก และไม่มีทีท่าว่าความตายนี้จะยุติลงไป อยากบอกว่าแม้เราตัดสินใจแน่วแน่ว่าสู้คราวนี้ ตายเป็นตาย แต่เราต้องตัดสินใจให้ร่วมกันว่า เราอย่า ตายให้กับปรากฏการณ์นี้อีกเลย เราหยุดการบาดเจ็บล้มตายแล้วรอวันเวลามาสู้ใหม่ ถ้าความเป็นแกนนำของพวกตนยังพอมีเหลืออยู่บนเวทีนี้บ้าง ขอประกาศว่า เราขอยุติเวทีการชุมนุมแต่เพียงเท่านี้
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขอย้ำว่าการต่อสู้ยังไม่ยุติ ต้องเดินหน้าตามกระบวนการประชาธิปไตยต่อไป ทราบว่าท่านรับไม่ได้และไม่อยากฟังคำนี้ แต่พวกตนได้หารือวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบคอบแล้ว เรามิอาจยืนต้านทานความอำมหิตนี้ได้อีก ขอชี้แจงว่าแม้การนำท่านมาต่อสู้วันนี้จะยังไม่ถึงฝั่ง ที่พวกเราคาดหวังเอาไว้ แต่พวกเราพยายามถึงที่สุดแล้ว เราจึงขึ้นเวทีเพื่อร้องขอว่าพวกตนจะเอาอิสรภาพของตัวเองแลกกับความปลอดภัยของพี่น้อง ตลอด 3-4 ปีที่ต่อสู้ร่วมกันมา ขอฟังตนอีกสักครั้ง เรายุติเวทีวันนี้เพื่อเดินหน้าในกระบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิป ไตยต่อไปได้ ขอชี้แจงว่าจะใช้คำว่า “ขอร้อง” จะใช้คำว่าให้ได้รับฟังพวกตนอีกสักครั้ง
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การที่พวกตนมาประ กาศครั้งนี้เพื่อให้ยุติเพียงเท่านี้ก่อน ขอให้เชื่อตนและขอให้ทยอยกันเดินทางออกจากบริเวณชุมนุมไปทางฝั่งสนามศุภชลาศัย การ์ดของเราและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรา จะดูแลอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องเดินทางกลับด้วยความสงบ สะดวก และปลอดภัย ขอให้เดินทางกลับ เพราะเราเสี่ยงแล้ว
-เดินเข้าไปในตร.-6 แกนมอบตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าว ได้มีเสียงปืนยิงขึ้นมาเป็นระยะ ทำให้การ์ดนปช. และแกนนำที่อยู่บนเวทีตื่นตกใจและพยา ยามกันตัวเพื่อให้นายณัฐวุฒิ พูดให้จบ ขณะเดียวกันการ์ดนปช.พยายามใช้สายตามองไปยังบริเวณโดยรอบพื้นที่ และมีแกนนำบางคนที่อยู่บนเวทีได้มองขึ้นไปตามอาคารสูงโดยรอบ เพื่อป้องกันการซุ่มยิงจากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย เมื่อนายณัฐวุฒิพูดต่อท่ามกลางเสียงกรีดและโห่ร้องของประชาชนที่อยู่ด้านล่างว่า “ไม่ฟัง ไม่เอา” ได้มีเสียงปืนดังขึ้นมาอีก พร้อมเสียงประทัด ทำให้นายณัฐวุฒิและแกนนำ รวมทั้งการ์ดที่อยู่บนเวทีต้องหลบกัน รวมทั้งผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างหนีเพื่อหลบหาที่กำบังในความปลอดภัย
ต่อมาเวลา 13.50 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แกนนำนปช. ประกอบด้วย นายขวัญชัย ไพรพนา ซึ่งมีผู้หญิง 2 คนอุ้มตัวเข้าไป ตามด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายนิสิต สินธุไพร นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก เดินทางเข้ามามอบตัวท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีสื่อมวลชนรอทำข่าวอย่างเนืองแน่น รวมทั้งผู้ชุมนุมที่พยายามจะเดินตามเข้ามาด้วย โดยแกนนำทั้งหมดได้ทยอยกันเดินเข้ามาภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 1 และก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนจะถูกนำตัวเข้าไปชั้น 2 โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ พาตัวเข้าไป ส่วนด้านหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 กองร้อย ตรึงกำลังอยู่ภายใน ส่วนด้านนอกสตช. มีเสียงพลุ เสียงประทัดดังอย่างต่อเนื่อง
-คุมตัวได้แค่ 5-จตุพรมีเอกสิทธิ์
กระทั่งเวลา 14.45 น. พล.ต.อ.อดุลย์ ได้ควบ คุมตัวแกนนำทั้ง 6 คน ประกอบด้วยนายจตุพร นายนิสิต นายยศวริศ นายวิภูแถลง นายขวัญชัย นายณัฐวุฒิ มาแถลงข่าว หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีพล.ต.ท. ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผบช.ส. พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ รองผบช.สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ได้เป็นเจ้าพนักงานตำรวจรับมอบตัวผู้ต้องสงสัย นอกจากนี้ยังมีพล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. และพล.ต.ต.วิชัย รัตนยศ ผบก.กองคดี รวมทั้วส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร มาร่วมรับฟังการแถลงข่าวด้วย
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ทั้ง 5 คนเป็นผู้ต้องสงสัยตามหมายจับในข้อหาฐานความผิด เป็นผู้ต้องสงสัยตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 11/1 ส่วนนายจตุพร ไม่สามารถควบคุมตัวได้ เนื่องจากเป็นส.ส.มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการทำหนังสือไปยังนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เมื่อไม่สามารถควบคุมตัวได้ จึงต้องปล่อย ตัวนายจตุพร ส่วนทั้ง 5 คนจะดำเนินการตามขั้นตอนของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
-นำตัวขึ้นรถตู้ไปควบคุมทันที
จากนั้น ได้เปิดให้ผู้สื่อข่าวสอบถามแกนนำกรณีหลังจากมอบตัวแล้ว แต่มวลชนบางส่วนประกาศเป็นอิสระ ก่อเหตุวุ่นวายอีก โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ก่อนจะมอบตัว ตนได้ประสานกับแกนนำที่ไม่ได้ถูกหมายจับให้ดำเนินการ โดย เฉพาะการนำมวลชนไปส่งยังสถานที่ปลอดภัย แต่ไม่สามารถติดต่อแกนนำได้ว่าดำเนินการถึงไหนอย่างไร แต่ตนได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้ว เชื่อว่ามวลชนคงเข้าใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น ตำรวจนครบาลและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องนำตัวผู้ต้องสงสัยตามหมายจับทั้ง 5 คนออกไปทางหลังตึกกองบัญชา การสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนำตัวขึ้นรถตู้ 2 คัน นายจตุพร นายยศวริศ นายขวัญชัย ขึ้นรถตู้เลขทะเบียน ฮง 7791 ส่วนนายนิสิต นายวิภูแถลง และนายณัฐวุฒิ ขึ้นรถตู้ ฮง 6933 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอรินทราชนั่งประกบ ทั้งนี้ การเดินทางไปครั้งนี้ไม่เปิดเผยเส้นทางว่าเดินทางไปที่ใด โดยแกนนำทั้งหมดมีสีหน้าเรียบเฉย อย่างไรก็ตาม ช่วงที่แถลงข่าวหรือเดินออกจากห้องจะมีโทรศัพท์มือถือแกนนำตลอด นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเข้าไปจับมือขอให้แกนนำสู้ๆ ด้วย
เครียดขึ้นตามลำดับ มีเสียงปืน ประทัดดังต่อเนื่อง หลังทหารขอคืนพื้นที่ กลุ่มเสื้อแดงได้เผารถโฆษณาของบริษัทฮัลโหลบางกอก ซึ่งจอดอยู่บริเวณใต้ทางด่วนใกล้กับถ.พระราม 4 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีควันพวยพุ่งเต็มพื้นที่ โดยชาวบ้านที่อาศัย อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้นำถังดับเพลิงกว่า 20 ลูก มาตั้งเตรียมไว้ เพื่อป้องกันเพลิงลุกลามเข้ามาในบริเวณบ้านพักอาศัยในบริเวณดังกล่าว
ที่คลองเตยมีเวทีปราศรัยย่อยของเสื้อแดง กลุ่มผู้ชุมนุม 500 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงแรม ผู้ชุมนุมนำเต็นท์มาตั้งปิดทางแยกทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ บริเวณ สะพานข้ามแยกมีประชาชนจอดรถดูเหตุการณ์ทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก
-เผาแบงก์กสิกรหน้าบ่อนไก่
เวลา 10.00 น. ที่สนามมวยลุมพินี บริเวณบ่อนไก่ เกิดเพลิงไหม้ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารทีเอ็มบี เพลิงลุกไหม้รุนแรงขณะรถดับเพลิงไม่สามารถเข้ามาดับได้ ขณะเดียวกัน กลุ่มเสื้อแดงบริเวณใกล้กับแยกบ่อนไก่นำยางรถยนต์มาเผาเพิ่มเติม ทำให้มีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาปกคลุมพื้นที่จำนวนมาก ส่วนบริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 ทางกลุ่มนปช.นำยางรถยนต์มาวางเพิ่มเติมเพื่อสร้างเป็นแนวป้องกัน ด้านหน้าจะมีกลุ่มชุดดำติดอาวุธเดินเลียบใต้อาคารปากซอยงามดูพลี ต่อมาที่หน้าซอยศูนย์เยาวราชบ่อนไก่และซอยงามดูพลี มีการปะทะรุนแรง ผู้ชุมนุมเผายางรถยนต์จนไฟลามไปติดสายไฟและหม้อ แปลงเกิดระเบิด 1 ครั้ง พร้อมมีเพลิงลุกไหม้ไปยังปั๊มน้ำมันในบริเวณข้างเคียง แต่เพลิงได้สงบลงแล้ว
ขณะที่ผู้สื่อข่าวและช่างภาพ พยายามเข้าไปในพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์บริเวณย่านบ่อนไก่ ได้มีชายชุดดำกลุ่มหนึ่งเข้ามาขัดขวางและไม่อนุญาต ให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพเข้าไปในพื้นที่ โดยอ้างว่า หากผู้สื่อข่าวเข้าไปในพื้นที่อาจไม่ได้รับความ ปลอดภัยทำให้ผู้สื่อข่าวต้องล่าถอยและมาปักหลักบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคลองเตย แต่ทางกลุ่มชายชุดดำก็ส่งคนมาสังเกตการณ์เป็นระยะๆ
-ชายชุดดำโผล่เทน้ำมันเผา
ชาวบ้านในบริเวณบ่อนไก่แจ้งว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งชุดดำ 5 คน ถือแกลลอนน้ำมัน และใช้ผ้าชุบน้ำมันวิ่งเทตามจุดต่างๆ หน้าอาคารพาณิชย์บนถ.พระราม 4 สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเพราะเกรงจะเกิดเพลิงลุกไหม้ ขณะเดียวกันชายชุดดำบุกทุบประตูกระจกของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีคลองเตย ก่อนจะถือแกลลอนน้ำมันลงไปราดในสถานี และกันไม่ให้ผู้สื่อข่าว ช่างภาพเข้าไปสังเกตการณ์ ต่อมามีตำรวจ 45 นาย มาดูแลความปลอดภัย แต่เนื่อง จากผู้ชุมนุมหวาดระแวงจึงขอให้ตำรวจถอนกำลังออกไป เพราะไม่อยากกระทบกระทั่งต่อกัน
เวลา 10.00 น. เกิดเพลิงลุกไหม้อาคารพาณิชย์ ริมถ.พระราม 4 บริเวณปากซอยงามดู พลี และลุกลามไปไหม้ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายหมดทั้งอาคาร ต่อมา ทหารเข้าช่วยเหลือชาวบ้านในซอยงามดูพลี และพนักงานบริษัทให้ออกจากพื้นที่ พร้อมกับเข้าไปดับไฟที่ไหม้ยางรถยนต์บริเวณดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะลุกลามไปติดปั๊มน้ำมันปตท. บริเวณใกล้เคียง
บรรยากาศบริเวณ ถ.ราชปรารภ ตั้งแต่เวลา 01.00 น. เป็นต้นมา เป็นไปด้วยความเงียบสงัด ไม่มีผู้คนเดินไปมาบนท้องถนน ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในที่พักอาศัยและดับไฟฟ้าภายในบ้านพัก เนื่องจากกลัวว่าไม่ปลอดภัย มีเพียงไฟฟ้าจาก ป้ายโฆษณาบางส่วน ส่วนผู้ชุมนุมบางส่วนนอน หลับพักผ่อนหลังจากตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา มีการ เฝ้าระวังและจัดเวรยามเพื่อป้องกันไม่ให้ทหารเคลื่อนกำลังประชิดเข้ามา มีการจุดพลุขับไล่เฮลิคอปเตอร์ที่มาบินวนอยู่ในพื้นที่เป็นระยะๆ
-วางถังแก๊สขวางถนนเพชรบุรี
ส่วนกำลังทหารก็เข้ารักษาการณ์ประจำจุดเฝ้าระวังทั้งแนวระนาบและอาคารสูง มีทหารส่วนหนึ่งติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการดูแลความปลอดภัยของกำลังทหาร จากแยกราชปรารภมุ่งหน้าไปทางศาลาแดงยังคงตึงเครียด มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ
เวลา 09.30 น. การ์ดนปช.ที่มาดูแลอยู่บริเวณดังกล่าวใช้ปืนยิงขู่พนักงานเซเว่นอีเลฟเว่น 2 คน ที่เข้าไปในร้านเพื่อเอาสิ่งของ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปในโรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค อ้างว่าต้องยึดไว้เพื่อคอยสังเกตการณ์ตึกชีวาทัย ว่ามีพลแม่นปืนอยู่หรือไม่
ส่วนการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงบริเวณประตูน้ำ ที่หน้าโรงแรมเฟิร์สต์ ถ.เพชรบุรี เยื้องห้างพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า กลุ่มเสื้อแดงใช้ยางรถยนต์ปิดถ.เพชรบุรีไว้ ก่อนนำถังแก๊สขนาดใหญ่ 5-6 ถัง เรียงตามแนวยางรถยนต์ป้องกันทหารยิงเข้ามาใส่ นอกจากนี้ ยังคงวางแนวไว้ทั้งสองฝั่งของ ถ.เพชรบุรี ที่เชิงสะพานข้ามแยกประตูน้ำ บน ถ.เพชรบุรี มีการตั้งบังเกอร์ยางรถยนต์พร้อมราดน้ำมัน และวางถังแก๊สขนาด 15 ก.ก. เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับจุดไฟเผากรณีที่มีทหารเคลื่อนเข้ามา เป็นเหตุให้ทหารที่ประจำการบริเวณด้านหน้ารร. เฟิร์สต์ ต้องใช้ฮัมวี่ติดเครื่องขยายเสียงประกาศว่าหากมีคนเสื้อแดงรายใด เข้าใกล้ถังแก๊สหรือจุดยางรถยนต์ จะยิงใส่ทันที ส่งผลให้คนเสื้อแดงไม่กล้าเข้าใกล้จุดที่วางถังแก๊สไว้
-บุกเผาอาคารปปส.-ดับได้ทัน
ขณะที่ภายในศูนย์การค้าอินทรา ตลาดค้าส่งเสื้อผ้าประตูน้ำ บรรยากาศเงียบเหงา ร้านค้า ต่างๆ ปิดประตูเงียบ ประชาชนบางส่วนที่ยังตกค้างอยู่บริเวณดังกล่าว ต่างอยู่ในสภาพหวาดผวา บางส่วนเก็บทรัพย์สินมีค่า พร้อมเสื้อผ้าจำนวนหนึ่ง หาทางออกไปนอกพื้นที่ ขณะเดียวกันชาวชุมชนหลังร.พ.เดชา ที่อยู่ด้านหลังประตูน้ำ ช่วยกันสอดส่องดูแล ป้องกันคนแปลกหน้าเข้าไปก่อเหตุวุ่นวายในชุมชน โดยมีทหารพร้อมอาวุธครบมือจำนวนหนึ่ง คอยรักษาความปลอดภัยตามแนวทางรถไฟในชุมชน เพื่อตรวจผู้ที่เข้าออกอย่างเข้มงวด
สถานการณ์ที่สามเหลี่ยมดินแดง เวลา 06.30 น. กลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปยังสำนักงานเลขาธิการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ย่านดินแดง ก่อนขว้างระเบิดขวดเข้าไปยังป้อมยาม และจุดไฟเผาป้อมยาม ก่อนบุกเข้าไปยังอาคาร 1 พร้อมจุดไฟเผา ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปห้ามแต่กลุ่มดังกล่าวไม่สนใจ ก่อนหลบหนีไป ต่อมาเพลิงลุกไหม้ขึ้นไปยังชั้นที่ 2 และ 3 โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่กล้าเข้าไปดับไฟเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ขณะที่ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวเกรงว่าไฟจะลุกลามไปยังชุมชนใกล้เคียง ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปดับไฟได้
กระทั่งเวลา 09.30 น. เพลิงที่ลุกไหม้อาคาร ป.ป.ส.ดับลงแล้ว ตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นที่ตึก 1 โรงอาหาร โต๊ะเก้าอี้เสียหาย และป้อมยามป.ป.ส. บัตรใช้แลกเปลี่ยนได้รับความเสียหาย
-ม็อบยิ่งคลั่งหลังทราบมีตาย
เวลา 12.10 น. สถานการณ์ยังคงตึงเครียดเนื่องจากการกระชับพื้นที่ของทหาร เสื้อแดงจำนวน 500 คน ยังคงปักหลัก ป้องกันไม่ให้ทหารเคลื่อนกำลังเข้าไปสลายการชุมนุมบริเวณ แยกราชประสงค์ ผู้ชุมนุมบางคนยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจและร้องไห้ หลังทราบข่าวว่า กลุ่ม นปช.บริเวณแยกศาลาแดง ถูกทหารใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม มีการนำยางรถยนต์มาเผาทำให้กลุ่มควันหนาแน่น ฟุ้งกระจายไปทั่ว รวมถึงนำยางรถยนต์จากใต้ทางด่วนดินแดงมาเสริมอย่างต่อเนื่อง ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ใช้ระเบิดเพลิงและหนังสติ๊กเป็นอาวุธ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อป้องกันเสื้อแดงเข้าสมทบ กำลังทหารเข้าบล็อกถ.วิภาวดี ห้ามรถประชาชนเข้า-ออกอย่างเด็ดขาด ตั้งแต่ช่วง เช้าทำให้การจราจรติดขัด บริเวณถ.วิภาวดีขาเข้า หน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่าน มีการนำลวดหนามและกรวยยางมาตั้งไว้ตลอดแนว เพื่อตรวจค้นรถยนต์และบุคคลที่ผ่านเข้าออก ขณะรถที่ต้องการวิ่งผ่านบริเวณแยกดินแดงไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และแยกประชาสงเคราะห์ ไม่สามารถผ่านไปได้ นอกจากรถโดยสารประจำทางและรถยนต์ส่วนตัวบางคัน รถส่วนใหญ่เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวต้องกลับรถบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง เพื่อกลับไปทางถ.วิภาวดีขาออก
ส่วนบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ยังคงมีการเปิดการจราจรในบางส่วน โดยจะปิดการจราจรในถนนที่จัดออกมาแยกสามเหลี่ยมดินแดง และ ถ.พญาไท มุ่งหน้าแยกปทุมวันเท่านั้น
แยกเพชรพระราม ถ.พิษณุโลก มีกำลังทหารมาตั้งด่าน ไม่ให้รถยนต์หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องผ่านเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว โดยจะให้รถยนต์ใช้เส้นทางถ.บรรทัดทอง และซอยพญานาคแทน ประชาชนในพื้นที่บางส่วนได้ขนสิ่งของเครื่องใช้ออกจากบ้านพัก
-ทหารสั่งปิดสีลมทุกซอย
ส่วนสถานการณ์การปะทะนั้น เวลา 12.00 น. ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต เจ้าหน้าที่ทหารได้รุกเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เข้าไปใกล้กับผู้ชุนุมเพียง 50 เมตร ส่งผลให้ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวรีบออกจากพื้นที่ ทหารตรวจสอบการเข้าออกพื้นที่อย่างเข้มงวด สื่อมวลชนที่จะเข้าไปทำข่าวได้ต้องมีบัตรต้นสังกัดและปลอกแขนสื่อมวล ชน ส่วนผู้ที่อาศัยในบริเวณนั้น จะต้องนำบัตรประชาชนที่แสดงว่า อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาแสดง จึงจะผ่านเข้าได้
ที่แยกสีลม ตัดถนนนราธิวาส-ราชนครินทร์ เจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธครบมือจำนวนมากปิดล้อมทางเข้าออกซอยย่านสีลมทุกซอย ไม่ อนุญาตให้บุคคลภายนอกผ่านเข้าออก อนุญาตเพียงรถพยาบาลและผู้สื่อข่าวผ่านเข้าออกได้ หลัง เหตุปะทะที่แยกศาลาแดงช่วงเช้า พบประชาชน พนักงานบริษัท นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวต่างชาติ ทยอยเก็บข้าวของเคลื่อนย้ายออกจากสำนักงานและที่พัก เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เวลา 11.20 น. หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่ศาลาแดงได้ มีการส่งกำลังทหารและสุนัขทหารเข้าไปในพื้นที่ย่านสีลมเพิ่มเติม เพื่อนำไปค้นหาและตรวจสอบวัตถุระเบิดในพื้นที่
-พระราม 4 ตึงเครียด-รถติดซ้ำ
จากนั้นเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารประ กาศผ่านเครื่องขยายเสียงห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยว ข้องผ่านเข้าออกบริเวณสีลม ยกเว้นเพียงประชา ชนที่มีบ้านพักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเท่านั้น หรือผู้ป่วยที่ต้องการเข้าไปพบแพทย์ แต่ต้องแสดงบัตรประชาชนและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
สถานการณ์ที่พระราม 4 ตึงเครียดขึ้นตามลำดับ มีเสียงปืน ประทัดดังต่อเนื่อง หลังทหารขอคืนพื้นที่ กลุ่มเสื้อแดงได้เผารถโฆษณาของบริษัทฮัลโหลบางกอก ซึ่งจอดอยู่บริเวณใต้ทาง ด่วนใกล้กับถ.พระราม 4 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีควันพวยพุ่งเต็มพื้นที่ โดยชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้นำถังดับเพลิงกว่า 20 ลูก มาตั้งเตรียมไว้ เพื่อป้องกันเพลิงลุกลามเข้ามาในบริเวณบ้านพักอาศัยในบริเวณดังกล่าว
ที่คลองเตยมีเวทีปราศรัยย่อยของเสื้อแดง กลุ่มผู้ชุมนุม 500 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงแรม ผู้ชุมนุมนำเต็นท์มาตั้งปิดทางแยกทำ ให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ บริเวณ สะพานข้ามแยกมีประชาชนจอดรถดูเหตุการณ์ทำ ให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก
-เผาแบงก์กสิกรหน้าบ่อนไก่
เวลา 10.00 น. ที่สนามมวยลุมพินี บริเวณบ่อนไก่ เกิดเพลิงไหม้ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารทีเอ็มบี เพลิงลุกไหม้รุนแรงขณะรถดับเพลิงไม่สามารถเข้ามาดับได้ ขณะเดียวกัน กลุ่มเสื้อแดงบริเวณใกล้กับแยกบ่อนไก่นำยางรถยนต์มาเผาเพิ่มเติม ทำให้มีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาปกคลุมพื้นที่จำนวนมาก ส่วนบริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 ทางกลุ่มนปช.นำยางรถยนต์มาวางเพิ่มเติมเพื่อสร้างเป็นแนวป้องกัน ด้านหน้าจะมีกลุ่มชุดดำติดอาวุธเดินเลียบใต้อาคารปากซอยงามดูพลี ต่อมาที่หน้าซอยศูนย์เยาวราชบ่อนไก่และซอยงามดูพลี มีการปะทะรุนแรง ผู้ชุมนุมเผายางรถยนต์จนไฟลามไปติดสายไฟและหม้อ แปลงเกิดระเบิด 1 ครั้ง พร้อมมีเพลิงลุกไหม้ไปยังปั๊มน้ำมันในบริเวณข้างเคียง แต่เพลิงได้สงบลงแล้ว
ขณะที่ผู้สื่อข่าวและช่างภาพ พยายามเข้าไปในพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์บริเวณย่านบ่อนไก่ ได้มี ชายชุดดำกลุ่มหนึ่งเข้ามาขัดขวางและไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพเข้าไปในพื้นที่ โดยอ้างว่า หากผู้สื่อข่าวเข้าไปในพื้นที่อาจไม่ได้รับความ ปลอดภัยทำให้ผู้สื่อข่าวต้องล่าถอยและมาปักหลักบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคลองเตย แต่ทางกลุ่มชายชุดดำก็ส่งคนมาสังเกตการณ์เป็นระยะๆ
-ชายชุดดำโผล่เทน้ำมันเผา
ชาวบ้านในบริเวณบ่อนไก่แจ้งว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งชุดดำ 5 คน ถือแกลลอนน้ำมันและใช้ผ้าชุบน้ำมันวิ่งเทตามจุดต่างๆ หน้าอาคารพาณิชย์บนถ.พระราม 4 สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเพราะเกรงจะเกิดเพลิงลุกไหม้ ขณะเดียวกันชายชุดดำบุกทุบประตูกระจกของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีคลองเตย ก่อนจะถือแกล ลอนน้ำมันลงไปราดในสถานี และกันไม่ให้ผู้สื่อข่าว ช่างภาพเข้าไปสังเกตการณ์ ต่อมามีตำรวจ 45 นาย มาดูแลความปลอดภัย แต่เนื่องจากผู้ชุมนุมหวาดระแวงจึงขอให้ตำรวจถอนกำลังออกไป เพราะไม่อยากกระทบกระทั่งต่อกัน
เวลา 10.00 น. เกิดเพลิงลุกไหม้อาคารพาณิชย์ ริมถ.พระราม 4 บริเวณปากซอยงามดูพลี และลุกลามไปไหม้ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายหมดทั้งอาคาร ต่อมา ทหารเข้าช่วยเหลือชาวบ้านในซอยงามดูพลี และพนักงานบริษัทให้ออกจากพื้นที่ พร้อมกับเข้าไปดับไฟที่ไหม้ยางรถยนต์บริเวณดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะลุกลามไปติดปั๊มน้ำมันปตท. บริเวณใกล้เคียง
บรรยากาศบริเวณ ถ.ราชปรารภ ตั้งแต่เวลา 01.00 น. เป็นต้นมา เป็นไปด้วยความเงียบสงัด ไม่มีผู้คนเดินไปมาบนท้องถนน ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในที่พักอาศัยและดับไฟฟ้าภายในบ้านพัก เนื่องจากกลัวว่าไม่ปลอดภัย มีเพียงไฟฟ้าจากป้ายโฆษณาบางส่วน ส่วนผู้ชุมนุมบางส่วนนอนหลับพักผ่อนหลังจากตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา มีการเฝ้าระวังและจัดเวรยามเพื่อป้องกันไม่ให้ทหารเคลื่อนกำลังประชิดเข้ามา มีการจุดพลุขับไล่เฮลิคอปเตอร์ที่มาบินวนอยู่ในพื้นที่เป็นระยะๆ
-วางถังแก๊สขวางถนนเพชรบุรี
ส่วนกำลังทหารก็เข้ารักษาการณ์ประจำจุดเฝ้าระวังทั้งแนวระนาบและอาคารสูง มีทหารส่วนหนึ่งติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการดูแลความปลอดภัยของกำลังทหาร จากแยกราชปรารภมุ่งหน้าไปทางศาลาแดงยังคงตึง เครียด มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ
เวลา 09.30 น. การ์ดนปช.ที่มาดูแลอยู่บริเวณดังกล่าวใช้ปืนยิงขู่พนักงานเซเว่นอีเลฟเว่น 2 คน ที่เข้าไปในร้านเพื่อเอาสิ่งของ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปในโรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค อ้างว่าต้องยึดไว้เพื่อคอยสังเกตการณ์ตึกชีวาทัย ว่ามีพลแม่นปืนอยู่หรือไม่
ส่วนการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงบริเวณประตูน้ำ ที่หน้าโรงแรมเฟิร์สต์ ถ.เพชรบุรี เยื้องห้างพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า กลุ่มเสื้อแดงใช้ยางรถยนต์ปิดถ.เพชรบุรีไว้ ก่อนนำถังแก๊สขนาดใหญ่ 5-6 ถัง เรียงตามแนวยางรถยนต์ป้องกันทหารยิงเข้ามาใส่ นอกจากนี้ ยังคงวางแนวไว้ทั้งสองฝั่งของ ถ.เพชรบุรี ที่เชิงสะพานข้ามแยกประตูน้ำ บน ถ.เพชรบุรี มีการตั้งบังเกอร์ยางรถยนต์พร้อมราดน้ำมัน และวางถังแก๊สขนาด 15 ก.ก. เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับจุดไฟเผากรณีที่มีทหารเคลื่อนเข้ามา เป็นเหตุให้ทหารที่ประจำการบริเวณด้านหน้ารร. เฟิร์สต์ ต้องใช้ฮัมวี่ติดเครื่องขยายเสียงประกาศว่าหากมีคนเสื้อแดงรายใด เข้าใกล้ถังแก๊สหรือจุดยางรถยนต์ จะยิงใส่ทันที ส่งผลให้คนเสื้อแดงไม่กล้าเข้าใกล้จุดที่วางถังแก๊สไว้
-บุกเผาอาคารปปส.-ดับได้ทัน
ขณะที่ภายในศูนย์การค้าอินทรา ตลาดค้าส่งเสื้อผ้าประตูน้ำ บรรยากาศเงียบเหงา ร้านค้าต่างๆ ปิดประตูเงียบ ประชาชนบางส่วนที่ยังตกค้างอยู่บริเวณดังกล่าว ต่างอยู่ในสภาพหวาดผวา บางส่วนเก็บทรัพย์สินมีค่า พร้อมเสื้อผ้าจำนวนหนึ่ง หาทางออกไปนอกพื้นที่ ขณะเดียว กันชาวชุมชนหลังร.พ.เดชา ที่อยู่ด้านหลังประตูน้ำ ช่วยกันสอดส่องดูแล ป้องกันคนแปลกหน้าเข้าไปก่อเหตุวุ่นวายในชุมชน โดยมีทหารพร้อมอาวุธครบมือจำนวนหนึ่ง คอยรักษาความปลอดภัย ตามแนวทางรถไฟในชุมชน เพื่อตรวจผู้ที่เข้าออกอย่างเข้มงวด
สถานการณ์ที่สามเหลี่ยมดินแดง เวลา 06.30 น. กลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปยังสำนักงานเลขาธิการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ย่านดินแดง ก่อนขว้างระเบิดขวดเข้าไปยังป้อมยาม และจุดไฟเผาป้อมยาม ก่อนบุกเข้าไปยังอาคาร 1 พร้อมจุดไฟเผา ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปห้ามแต่กลุ่มดังกล่าวไม่สนใจ ก่อนหลบหนีไป ต่อมาเพลิงลุกไหม้ขึ้นไปยังชั้นที่ 2 และ 3 โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่กล้าเข้าไปดับไฟเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ขณะที่ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวเกรงว่าไฟจะลุกลามไปยังชุมชนใกล้เคียง ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปดับไฟได้
กระทั่งเวลา 09.30 น. เพลิงที่ลุกไหม้อาคาร ป.ป.ส.ดับลงแล้ว ตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นที่ตึก 1 โรงอาหาร โต๊ะเก้าอี้เสียหาย และป้อมยามป.ป.ส. บัตรใช้แลกเปลี่ยนได้รับความเสียหาย
-ม็อบยิ่งคลั่งหลังทราบมีตาย
เวลา 12.10 น. สถานการณ์ยังคงตึงเครียดเนื่องจากการกระชับพื้นที่ของทหาร เสื้อแดงจำนวน 500 คน ยังคงปักหลัก ป้องกันไม่ให้ทหารเคลื่อนกำลังเข้าไปสลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ผู้ชุมนุมบางคนยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจและร้องไห้ หลังทราบข่าวว่า กลุ่ม นปช.บริเวณแยกศาลาแดง ถูกทหารใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม มีการนำยางรถยนต์มาเผาทำให้กลุ่มควันหนาแน่น ฟุ้งกระจายไปทั่ว รวมถึงนำยางรถยนต์จากใต้ทางด่วนดินแดงมาเสริมอย่างต่อเนื่อง ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ใช้ระเบิดเพลิงและหนังสติ๊กเป็นอาวุธ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อป้องกันเสื้อแดงเข้าสมทบ กำลังทหารเข้าบล็อกถ.วิภาวดี ห้ามรถประชาชนเข้า-ออกอย่างเด็ดขาด ตั้งแต่ช่วงเช้าทำให้การจราจรติดขัด บริเวณถ.วิภาวดีขาเข้า หน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่าน มีการนำลวดหนามและกรวยยางมาตั้งไว้ตลอดแนว เพื่อตรวจค้นรถยนต์และบุคคลที่ผ่านเข้าออก ขณะรถที่ต้องการวิ่งผ่านบริเวณแยก ดินแดงไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และแยกประชา สงเคราะห์ ไม่สามารถผ่านไปได้ นอกจากรถโดยสารประจำทางและรถยนต์ส่วนตัวบางคัน รถส่วนใหญ่เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวต้องกลับรถบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง เพื่อกลับไปทาง ถ.วิภาวดีขาออก
ส่วนบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ยังคงมีการเปิดการจราจรในบางส่วน โดยจะปิดการจราจรในถนนที่จัดออกมาแยกสามเหลี่ยมดินแดง และ ถ.พญาไท มุ่งหน้าแยกปทุมวันเท่านั้น
แยกเพชรพระราม ถ.พิษณุโลก มีกำลังทหาร มาตั้งด่าน ไม่ให้รถยนต์หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ผ่านเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว โดยจะให้รถยนต์ใช้เส้นทางถ.บรรทัดทอง และซอยพญานาคแทน ประชาชนในพื้นที่บางส่วนได้ขนสิ่งของเครื่องใช้ออกจากบ้านพัก
-ระทึกปาประทัดยักษ์ทีวีช่อง 3
ต่อมาเกิดเหตุปาประทัดยักษ์เข้าที่อาคารมาลีนนท์ ที่ทำการของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ขณะที่ผู้ชุมนุมนปช.ประมาณ 300 คน เข้าปิดล้อมบริเวณหน้าอาคาร ที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 โดยอ้างว่าไม่พอใจการนำเสนอข่าว ต่อมามีประชาชนในเขตคลองเตยมาสมทบกับผู้ชุมนุมก่อนที่จะบุกเข้าไปทุบกระจกบริเวณชั้น 1 ของอาคาร พร้อมจุดไฟเผารถที่จอดอยู่บริเวณด้านหน้า รวมทั้งทุบธนาคารกรุงเทพ สาขาอาคารมาลีนนท์ ก่อนนำแกลลอนน้ำมันขนาดใหญ่มาราดตลอดแนวบริเวณชั้น 1 ของอาคาร และมีผู้ชุมนุมจะจุดไฟเผา และยังมีเสียงดังคล้ายระเบิดเป็นระยะๆ
เบื้องต้น บริเวณชั้น 1 ของอาคารดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างมาก มีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา รถดับเพลิงเข้าไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่ภาย ในขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารด่วน รถข่าวด้านหน้าโดนทุบ ขณะที่ผู้ชุมนุมพยายามบุกเข้าไปภายใน ผู้บริหารช่อง 3 ได้ประสานเพื่อความช่วยเหลือจากทาง ศอฉ. เพื่อขออพยพพนักงานและเจ้าหน้าที่ช่อง 3 ออกจากตัวอาคาร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ. ได้สั่งการให้กองทัพบกนำเฮลิคอปเตอร์ชนิดแบล็กฮอว์ก และเบลล์ 3-4 ลำ ไปลงจอดที่ดาดฟ้าอาคารมาลีนนท์ ซึ่งมีสนามเฮลิคอปเตอร์อยู่แล้ว เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยังติดอยู่ในอาคารราว 200 คนออกมา
-ม็อบบุกล้อมบางกอกโพสต์
เวลา 16.00 น. ศอฉ.ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปช่วยพนักงานที่อาคารมาลีนนท์แล้ว ส่วนที่สำนักงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และโพสต์ ทูเดย์ ย่านสุนทรโกษา ซึ่งผู้ชุมนุมบุกไปปิดล้อม พนักงานกองบก. ลงมาจากอาคารหมดแล้ว เนื่องจากเกรงว่าม็อบจะบุกเข้าไปเผาตึก แต่ยังไม่สามารถออกจากตึกได้ เพราะมีม็อบที่ประตูทางออก ขณะที่พนักงานของหนังสือพิมพ์ เดอะเนชั่น กรุงเทพธุรกิจ คมชัดลึก ซึ่งมีสำนัก งานอยู่ย่านบางนา พนักงานทั้งกองบก.และฝ่ายธุรการ ได้เดินทางกลับบ้านหมดแล้ว เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
หลังจากผู้ชุมนุมก่อเหตุเผาอาคารมาลีนนท์ ได้ขยายพื้นที่การชุมนุมมาตลอดแนวถ.พระ ราม4 มุ่งหน้าแยกเกษมราษฎร์ ตลอดทางผู้ชุมนุมใช้ท่อนไม้และท่อนเหล็กทุบทำลายตู้โทรศัพท์ที่อยู่ริมทางจนได้รับความเสียหายทั้ง หมด พร้อมลากตู้โทรศัพท์มาวางขวางถ.พระ ราม 4 ทั้งขาเข้าและขาออก บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ สาขาพระราม 4 และจะบุกไปปิดล้อมธนาคารกรุงเทพ สาขาคลองเตย ขณะ ที่ผู้ชุมนุมที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นได้บุกเข้าไปใช้ท่อนไม้ทุบกระจกได้รับความเสียหาย จากนั้นนำแกลลอนน้ำมันบุกเข้าไปภายในธนาคารและราดก่อนไฟเผา จนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก จุดเกิดเหตุทั้งสองแห่ง ผู้ชุมนุมห้ามและขัดขวางไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวและบันทึกภาพ
-ลุยเผาห้างย่านราชประสงค์
เวลา 14.20 น. ผู้ชุมนุมต่างพากันใช้ก้อนหินขว้างปาใส่กระจกของอาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้นที่ 1 แตกละเอียดหลายบาน ก่อนจะนำยางรถยนต์หลายเส้นไปวางไว้แล้วราดน้ำมันจุดไฟเผาทันที พร้อมทั้งโยนระเบิดเพลิงที่นำน้ำมันใส่ขวดเข้าไปอีกหลายลูก ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ ตั้งแต่บริเวณชั้นล่างของห้างดังกล่าวอย่างรวด เร็ว ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างพยายามใช้ถังดับเพลิงเข้ามาดับแต่ไม่สามารถ ควบคุมเพลิงไว้ได้ ทำให้เพลิงลุกลามเข้าไปในบริเวณอื่นเป็นวงกว้าง พร้อมกับได้ยินเสียงระเบิด เสียงปืนดังไปทั่วบริเวณราชประสงค์หลายสิบครั้ง
นอกจากนี้ ยังเกิดการวางเพลิงเผาโรงภาพ ยนตร์สยาม และร้านค้าย่านสยามสแควร์เป็นวงกว้าง ตั้งแต่บริเวณแยกเฉลิมเผ่า จนถึงโรงภาพ ยนตร์สยาม หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมทุบกระจกร้านค้า ราดน้ำมันและจุดไฟเผาก่อนที่จะถอยออกไป พร้อมกันนี้ ยังได้เกิดเหตุระเบิดอย่างต่อเนื่องหลายจุดทั่วบริเวณ ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดหลายสิบราย หน่วยแพทย์จากสภากาชาดไทยได้ปฐมพยาบาลในเบื้องต้น และลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่บริเวณถ.พระราม 1 ยังคงมีการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ทำให้อาคารของโรงภาพยนตร์สยาม พังถล่มลงมาและมีการทุบและเผาทำลายห้างสรรพสินค้าย่านราชประสงค์อีกหลายแห่ง อาทิ ห้างสรรพสินค้าพารากอน ห้างเกษรพลาซ่า รวม ถึงห้างแพลตตินั่ม ย่านประตูน้ำ ถูกมือดีปาถังแก๊สเข้าใส่ ที่ร้านเซเว่นฯ สาขาอนุสาวรีย์ฯ ไฟลุกลามไป 4 คูหา ไปติดที่พักชาวบ้าน โดยที่รถดับเพลิงยังไม่สามารถเข้าคุมเพลิงได้ รวมทั้งธนาคารออมสิน แยกดินแดง วิภาวดีฯ และร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ใกล้กับบริเวณสำนักงานป.ป.ส.
-ราชดำริ-สยามสแควร์เมืองร้าง
กระทั่งเวลา 16.00 น. บรรยากาศบริเวณแยกราชประสงค์ ด้านถ.ราชดำริ และสยามสแควร์ กลายเป็นเมืองร้าง ไม่มีผู้คนอยู่บนถนน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย แต่ยังมีสิ่งของเต็นท์ สัมภาระของผู้ชุมนุมอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีเสียงระเบิดและประทัดยักษ์ดังขึ้นประ ปรายในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่มาหลบอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจไม่กล้าออกไปเก็บข้าวของเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย
เวลา 15.15 น. ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประ เทศไทย ถ.รัชดา กลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายบุกเผาบริเวณชั้นล่าง เวลาผ่านไป 1 ช.ม. ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ จนลุกลามเป็นวงกว้าง
บริเวณภายในซอยสุขุมวิท 31 หรือซอยสวัสดี ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ มีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเสริมกำลังเพื่อดูแลความปลอดภัยจำนวนมาก บริเวณปากซอยทางเข้าถ.สุขุมวิท เจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงรั้วเหล็ก มากั้น ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนตั้งแถวบริเวณทางเข้าซอย ส่วนการจราจรโดยรอบติด ขัดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเส้นทางขาออกนอกเมือง ไม่ว่าจะเป็นถ.สุขุมวิท ถ.พระราม 4 ถ.เพชร บุรี เป็นต้น
-ทหารเสริมกำลัง-รุกลุยสลาย
สำหรับเหตุปะทะยังมีต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 สถานการณ์กลางดึกวันที่ 18 พ.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 01.35 น. เกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ตกที่หน้าร้านอาหารจันทร์เพ็ญ ใกล้ซอยงามดูพลี ใกล้กับบ่อนไก่ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย 2 รายถูกนำส่งร.พ.เลิดสิน คือ นายสนทญา ไทรชมภู อายุ 27 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ขาขวา และนายธวัช ฉวีวัฒน์ อายุ 45 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าแผ่นหลัง ส่วนอีก 2 รายถูกนำส่งร.พ.กล้วยน้ำไท 2 ราย ยังไม่ทราบชื่อ
เวลา 03.30 น. มีรถสายพานหุ้มเกราะและรถบัสทหารกว่า 20 คัน บรรทุกทหารเต็มคันรวมประมาณ 700 นาย แล่นผ่านถ.สีลม มุ่งหน้าศาลาแดง เพื่อเตรียมเข้าขอคืนพื้นที่ ต่อมาเวลา 05.50 น. รถหุ้มเกราะ 2 คัน เคลื่อนไปยังแยกศาลาแดง 2 คันจอดอยู่บนถ.สีลม หน้าซีพีทาวเวอร์ และอีก 2 คัน จอดอยู่ที่แยกถ.นรา ธิวาส ขณะที่กำลังทหารได้แยกกระจายกันไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ บนถ.สีลม
เวลา 06.30 น. ทหาร 300 นาย พร้อมรถสายพานหุ้มเกราะเคลื่อนเข้ามาตรึงบริเวณแยกศาลาแดง เผชิญหน้ากับด่านของกลุ่มเสื้อแดง และใช้รถน้ำฉีดเข้าไปที่ด่านของกลุ่มเสื้อแดง ขณะที่ผู้ชุมนุมยิงปืนสวนออกมาเป็นระยะ บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทุกขณะ ผู้ชุมนุมที่เป็นชายกระจายตัวอยู่ตามเต็นท์ตั้งแต่แยกราชประ สงค์มาถึงแยกสารสิน สวมหมวกกันน็อก ใช้ผ้าปิดหน้า และถือท่อนไม้-เหล็ก ป้องกันตัว
เวลา 07.15 น. ทหารตั้งแนวกลางแยกศาลาแดง ประกาศผ่านรถกระจายเสียงให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ พร้อมยิงปืนขึ้นฟ้าหลายชุด นำรถสายพานลำเลียงกดดันบริเวณหน้าด่านของกลุ่มเสื้อแดง
-ใช้รถสายพานพัง-ฝ่าด่าน
เวลา 07.30 น. กลุ่มเสื้อแดงจุดไฟเผายางรถยนต์บริเวณหน้าโรงพยาบาลจุฬาฯ เนื่องจากกลุ่มเสื้อแดงกลัวว่าจะมีหน่วยแม่นปืนอยู่ในอาคารสูง จึงเผาเพื่ออำพรางตัว ทำให้เกิดกลุ่มควันสีดำจำนวนมากลอยขึ้นปกคลุมท้องฟ้า และตึกภปร. ตึกสก. เจ้าหน้าที่ต้องแจกหน้ากากให้ผู้ที่อยู่ภายใน ทางร.พ.ต้องขนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคารสก. กลุ่มควันพวยพุ่งปกคลุมบริเวณดังกล่าวอยู่นาน 1 ชั่วโมง
เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมรถสายพานหุ้มเกราะบุกเข้าไปยังด่านของกลุ่มเสื้อแดงเพื่อยึดพื้นที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินีคืน แต่เมื่อบุกเข้าไปได้เพียงเล็กน้อย ทหารชุดดังกล่าวต้องหยุดเนื่องจากพบระเบิดเคโม 3 ลูก จึงต้องเปิดทางให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไปเก็บกู้ และประกาศให้สื่อมวลชนออกจากบริเวณศาลาแดงทั้งหมดเพื่อเก็บกู้ระเบิด ส่วนกลุ่มเสื้อแดงยังยิงตอบโต้ออกมาตลอดเวลา ขณะที่ชุดคุ้มกันที่อยู่บนสกายวอล์ก ยิงคุ้มกันลงมาเป็นระยะ
เจ้าหน้าที่เข้าเก็บกู้วัตถุระเบิด จุดแรกพบระเบิดไม่ทราบชนิดจำนวนหนึ่ง เมื่อเข้าไปได้อีกเล็กน้อยพบระเบิดเคโม 3 ลูก หลังจากเก็บกู้ได้ ทหารจึงใช้รถสายพานลำเลียง 1 คันพังแนวด่านเข้าไปได้ ส่วนอีกคันรอคุ้มกันอยู่ด้านหลัง
แม้ว่าทหารจะบุกเข้าไปได้และไม่พบกับกลุ่มการ์ดนปช. แต่ได้ยินเสียงปืนยิงตอบโต้ออกมาตลอดเวลา ทหารจึงเข้าไปควบคุมพื้นที่บริเวณด้านหน้าสวนลุมพินี และเข้าไปในบริเวณสวน ลุมพินี ขณะที่มีเฮลิคอปเตอร์ บินวนสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา รถกระจายเสียงของทหารประกาศให้ผู้ชุมนุมวางอาวุธและออกจากพื้นที่ดังอยู่ตลอดเช่นกัน
-ปะทะเดือดนปช.ดับ 2-นักข่าว 1
จากนั้น รถหุ้มเกราะเคลื่อนต่อไปในถ.ราช ดำริ มุ่งหน้าไปยังแยกสารสิน โดยมีช่างภาพผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศเกาะติดสถานการณ์ร่วมร้อยชีวิต ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงถอยร่นเข้าไปยังด่านอีกชั้นหนึ่ง จนเกิดการปะทะกันเป็นระยะ ระหว่างที่เหตุการณ์ชุลมุนที่แยกศาลาแดง มีหญิงสาวชาวเยอรมันเดินตรงมาใกล้ๆ รถหุ้มเกราะของทหาร แต่ทหารล็อกตัวได้อย่างปลอดภัย
กระทั่งเวลา 09.45 น. เสียงปืนสงบลง พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่ทหารรุกคืบเข้าไปอย่างช้าๆ เพราะมีเสียงปืนยิงตอบโต้ออกมาตลอดเวลา หลังการเคลียร์พื้นที่บริเวณด่านหน้าสวนลุมพินี พบศพ การ์ดนปช. 2 ศพ ถูกยิงเข้าศีรษะเสียชีวิต เมื่อค้นในตัวพบระเบิดลูกเกลี้ยง 2 ลูกด้วย ในบริเวณดังกล่าวยังพบระเบิดเพลิงจำนวนมาก
สถานการณ์ที่แยกสารสิน ทหารคุมตัวผู้ชุมนุมได้ 12 คน พร้อมอาวุธ พลุ ตะไล ระเบิดขวด ตะปูเรือใบ กล้องถ่ายรูป สั่งให้ผู้ชุมนุมถอดเสื้อ และการปะทะกันในจุดนี้ ทำให้ผู้สื่อข่าวชาวอิตาลีคนหนึ่ง เสียชีวิตจากการถูกยิงเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย
ส่วนที่บริเวณสามย่าน บริเวณแยกสามย่าน ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงได้จุดเผายาง ส่งผลให้เพลิงลุกลามไปไหม้ร้านทองใกล้เคียง เวลา 11.30 น. มีการยิงปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและทหาร รวมถึงมีระเบิดเอ็ม 79 ระเบิดที่กลางแยก ฝ่ายทหารระบุเป็นการยิงมาจากยอดตึกที่ทำการพรรคเพื่อไทย เวลา 12.15 น. ที่แยกสามย่าน บรรยากาศเริ่มสงบลง
-มาร์คถกเครียดหลังสั่งสลาย
เมื่อเวลา 07.40 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากบ้านพักรับรองในร.11 รอ.เข้ามายังกองบัญชาการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และได้หารือเป็นการภายในกับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ และเมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ.เดินทางมาถึง ได้มีการหารือกันอย่างเคร่งเครียด
จากนั้นเวลา 09.00 น. นายสุเทพ เป็นประ ธานการประชุมคณะกรรมการ ศอฉ. โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ. เพื่อสรุปและประเมินสถานการณ์ หลังจากศอฉ.มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กระชับวงล้อมพื้นที่ในช่วงเช้ามืดจนเกิดการปะทะจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งทั้ง หมดมีสีหน้าเคร่งเครียดลอดเวลา
-เผย”ป้อม-ป๊อก”ไม่เห็นด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อคืนวันที่ 18 พ.ค. หลังจากนายอภิสิทธิ์ กลับไปยังบ้านพักรับรองใน ร.11 รอ. ได้หารือกันภายในเฉพาะกับนายสุเทพ และฝ่ายนายทหาร โดยไม่มีระดับเจ้าหน้าที่เข้าร่วมรับฟัง ซึ่งการหารือเป็นประเด็นการเข้ากระชับพื้นที่ในช่วงเช้ามืดวันที่ 19 พ.ค. เบื้องต้น พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ ไม่เห็นด้วยชนิดปิดประตูตายกับแนวคิดการเข้าสลายการชุมนุม โดยให้เหตุผลว่าจะเกิดความสญเสียอย่างหนัก การหารือจึงสรุปลงที่การดำเนินการบีบให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่กระจายอยู่ตามพื้นที่รอบนอกถอยกลับมาในพื้นที่ราชประสงค์ โดยจะไม่ดำเนินการในถนนหรือพื้นที่ที่มีอาคารสูง และกดดันไปเรื่อยๆเพื่อให้แกนนำยอมมอบตัว
สำหรับบรรยากาศใน ร.11 รอ. ในส่วนฝ่ายปฏิบัติทั้งทหาร ตำรวจและรถกำลังพล รถสาย พานลำเลียงที่จอดประจำการได้เคลื่อนออก ไปประจำจุดและดำเนินยุทธวิธีกดดันตั้งแต่เวลา 03.00 น.
-ศอฉ.ประกาศล่าตัวแกนนำ
จากนั้นเวลา 11.30 น. ที่ศอฉ. นายปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า รัฐบาลขอแจ้งความคืบหน้าการปฏิบัติการกระชับวงล้อมเพิ่มเติมเช้าวันเดียวกันนี้ ซึ่งในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ของศอฉ.ได้ปฏิบัติการกระชับวงล้อมที่สวนลุมพินี ขณะนี้รัฐบาลได้รับรายงานว่าสามารถควบคุมพื้นที่ลุมพินีได้แล้ว และได้กระชับวงล้อมเพิ่มเติมในบริเวณดังกล่าวเพื่อดูแลความปลอดภัย บรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าขณะนี้แกนนำของนปช.บางคนหลบหนีออกนอกพื้นที่แล้ว หากประชาชนพบเห็น ขอความกรุณาแจ้งเบาะแสมายังสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือ แจ้งทางสายด่วนสายตรงของ ศอฉ.ที่หมายเลข 02-551-1515 รวมทั้งการแจ้งเบาะแสเหตุการณ์ความไม่สงบต่างๆ ความพยายามทำร้ายประชา ชน ปล้นสะดม ก่อให้เกิดอัคคีภัยต่างๆ
นายปณิธาน กล่าวว่า นายกฯได้ติดตามสถาน การณ์ตลอดและเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของประชาชน จึงจัดระบบให้ประชาชนเดินออกนอกพื้นที่ ส่วนแกนนำที่หลบหนีไปได้นั้น เท่าที่มีผู้พบเห็นมีแกนนำหลายคนที่ชัดเจนและมีพยานเห็นคือ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เข้าใจว่าขึ้นรถมอเตอร์ไซค์หลบหนีออกไป ตอนนี้การดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องจำเป็น
-”ไก่อู”แถลงปฏิบัติการสำเร็จ
เวลา 14.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลงภายหลังแกนนำนปช.ประกาศยุติการชุมนุมและติดต่อเข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ตามที่ นปช. คนเสื้อแดงชุม นุมทางการเมือง 2 เดือนที่ผ่านมา ยกระดับเป็นการก่อการร้ายอย่างเต็มรูปแบบ เช้าวันเดียวกันนี้เวลา 05.45 น. ศอฉ.ตัดสินใจควบคุมบริเวณพื้นที่สวนลุมพินี เพราะตรวจพบว่าเป็นที่ซ่องสุมอาวุธ มีการก่อการร้าย ใช้อาวุธจริง เช่น เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงมาที่หน่วยทหารและตำรวจที่ตั้งด่านในพื้นที่ รวมทั้งทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ หลังปฏิบัติการสามารถยึดพื้นที่สวนลุม พินีได้ เวลา 07.15 น. จากนั้น ศอฉ. ใช้แผนขั้นที่ 2 บีบพื้นที่กระชับวงล้อมตามแนวถนนแยกสามย่าน แยกอังรีดูนังต์ แยกศาลาแดง มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ราชประสงค์ แต่ระหว่างปฏิบัติภารกิจผู้ก่อการร้ายสร้างสถานการณ์บุกเผาทำลายสถานที่ราชการ และเคหสถานประชาชนเสียหายจำนวนมาก ศอฉ.ต้องให้ทหาร ตำรวจ บุกคืบหน้าต่อไป โดยเวลา 13.45 น. สามารถกดดันให้แกนนำก่อ การร้ายบนเวทีชุมนุมต้องหยุดการชุมนุมและประกาศเข้ามอบตัว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ศอฉ.สามารถควบคุมสถานการณ์ภาพรวมไว้ได้แล้ว เราพยายามอำนวยความสะดวกส่งประชาชนกลับสู่ภูมิลำเนา โดยให้กลุ่มผู้ชุมนุมไปรวมที่สนามศุภชลาศัย ลำดับต่อไปจะควบคุมแกนนำ ขณะนี้กำลังทหาร ตำรวจ หยุดปฏิบัติการโดยภาพรวมแล้ว เปิดทางให้ประชาชนเดินไปที่สนามศุภชลาศัยเพื่อกลับบ้าน
-กทม.ระดมดับเพลิงดับไฟกรุง
เมื่อเวลา 11.30 น. นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่มีการปฏิบัติการกระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อ แดงตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ จนทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมวางเพลิงอาคารสถานที่ในหลายแห่งนั้น ขณะนี้ กทม.ได้เตรียมพร้อมการทำงานของเจ้าหน้าที่ในฝ่ายปฏิบัติการ โดยได้ระดมรถดับเพลิงของสำนัก ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) จากพื้นที่เขตรอบนอก เข้ามาเตรียมพร้อมในพื้นที่ชั้นในรวมทั้งสิ้น 38 สถานี จำนวนกว่า 400 คัน และรถน้ำรวมกันแล้วกว่า 1,000 คัน เตรียมพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีปัญหาในเรื่องการปฏิบัติงานในการเข้าพื้นที่ ซึ่งจะต้องได้รับความคุ้มครองจากทหาร โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมารถดับเพลิงสามารถเข้าพื้นที่ เพื่อระงับเพลิงไหม้ได้ที่บ่อนไก่ ดินแดง บริเวณด้านหน้าโรงแรมเซ็นจูรี่แล้ว และล่าสุดได้รับแจ้งว่ามีเพลิงไหม้อาคารใน ซ.เย็นอากาศ เขตทุ่งมหาเมฆ ซึ่ง กทม.กำลังประสานทหารเพื่อเข้าพื้นที่
-ประกาศเคอร์ฟิวกรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 16.05 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ได้ออกประกาศข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 (1) แห่งพ.ร.ก.บริหารราชการฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ระบุ 1.ห้ามมิให้บุคคลใดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 19 พ.ค.ถึง 06.00 น. ของวันที่ 20 พ.ค.2553 2.ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เข้าปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนดได้ 3.ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่กำหนดกลับเข้าสู่เคหสถานและไม่ให้ออกมายังพื้นที่ที่กำหนด เว้นแต่ได้รับอนุญาต จากเจ้าหน้าที่ (อ่านรายละเอียดน.3)
-ขนกลับไปบ้านแล้ว 200 คน
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนัก งานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ขสมก.สามารถขนประชาชนผู้ชุมนุมจากสนามกีฬาแห่งชาติ ได้รวมประมาณ 6 คันรถ รวมประชาชนจำนวนกว่า 200 คน โดยส่วนใหญ่นำไปส่งที่หมอชิต ซึ่งเมื่อผู้โดยสารคันแรกไปถึงหมอชิตก็ได้แยกย้ายขึ้นแท็กซี่กลับบ้านไปประมาณกว่า 30 คน เนื่องจากกลุ่มนี้อาศัยอยู่ในกทม.และปริมณฑล ส่วนที่เหลือทางบขส.ก็จะจัดส่งไปยังจุดหมายปลายทางทั้งสายเหนือ อีสาน และภาคใต้ ในการนี้ทางกระทรวงมหาด ไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็ได้จ่ายเงินให้กับประชาชนดังกล่าวประมาณ 200 บาทต่อคนเพื่อติดกระ เป๋าไว้ใช้จ่ายในช่วงที่เดินทาง
-ศอฉ.สำทับห้ามออกนอกบ้าน
เวลา 17.00 น. นายปณิธาน แถลงการผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า เนื่องจากขณะนี้มีการก่อความไม่สงบ มีกลุ่มบุคคลก่อการจลาจลในหลายพื้นที่ บางพื้นที่เช่น สวนลุมฯ ราชประ สงค์ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมได้ตามลำดับ แต่มีอีกหลายพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานต่อไปโดยเฉพาะยามค่ำคืน เมื่อสถานการณ์ยังไม่เรียบร้อย รัฐบาลขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยเฝ้าระวังอยู่ในบ้าน ไม่ออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 20.00-06.00 น. ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้มากขึ้น
นายปณิธาน กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความระมัดระวัง มุ่งมั่นทำให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว หากประชาชนจำเป็นต้องเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศหรือกลับเข้ามา ขอให้แสดงหนังสือ เดินทาง บัตรประจำตัว แสดงใบอนุญาตเดินทางและตั๋วโดยสารให้เจ้าหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวก แต่ถ้าไม่จำเป็น ขอความร่วมมือไม่เดินทางไปไหนในยามค่ำคืนเดียวกันนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องสื่อสารประชาชนกับรายการทีวีอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์เป็นระยะ ให้เกิดความสบายใจว่ารัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อความสงบสุข สายด่วน สายตรง ทุกศูนย์จะเปิดรับให้โทรศัพท์เข้ามาหารือเพื่อแจ้งเตือน และขอคำแนะนำซึ่งหมายเลขของศอฉ.สายด่วน 0-2551-1515 ทำงานอยู่
-อ้างมาร์คติดตามสถานการณ์
นายปณิธาน กล่าวว่า รัฐบาลขอเรียกร้องให้ทุกคนที่ก่อความไม่สงบ ขณะนี้แกนนำนปช.ได้ยุติการชุมนุมลงแล้ว และยอมรับแผนปรองดองตั้งแต่แรก รัฐบาลหวังว่าจะนำเอาแผนปรองดองมาแก้ไขให้ประชาชน ไม่ว่าความเดือดร้อน ที่ดิน ทำกิน หนี้สิน รวมถึงกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดความชัดเจนโปร่งใส รัฐบาลคาดหวังว่าประชาชนจะให้ความร่วมมือ คนที่ไม่ทำตามคำสั่งแล้วยังก่อกวน วางเพลิง ปล้นสะดมรัฐบาลจะมีแนวทางดำเนินการอย่างจริงจัง ขอให้ประชา ชนมั่นใจว่ารัฐบาลทำงานคืบหน้าไปมาก คืนนี้จะเป็นอีกคืนที่ประชาชนจะประสบภาวะยากลำบากมาก โดยเฉพาะในกทม.ที่ต้องกงวล
นายปณิธาน ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้นายกฯ ติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา และคืนเดียวกันนี้ อาจจะสื่อสารกับประชาชนในกรณีที่จำเป็น ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้พื้นที่ที่ยังเป็นจุดล่อแหลมคือบริเวณไหน นายปณิธานกล่าวว่า กำลังจับตากลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีความเคลื่อนไหวดาวกระจายเพื่อสร้างความวุ่นวาย เช่น การวางเพลิง การปล้นสะดม ซึ่งคนเหล่านี้มีไม่มาก ออกปฏิบัติการเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-10 คน ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังต่อไป
เมื่อถามว่าเป็นไปได้ที่จะประกาศเคอร์ฟิวในจังหวัดที่เกิดเหตุรุนแรงหรือไม่ นายปณิธานกล่าวว่า ถ้ามีจะพิจารณาอีกครั้ง แต่หลายพื้นที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว
-เผยคุมตัวแกนนำนปช.เข้าศอฉ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานายณัฐวุฒิและนายจตุพรทั้งหมด 5 ข้อหา โดยนายจุตพร ใช้เอกสิทธิ์ของส.ส.ประกันตัวไป ก่อนจะนำตัวทั้งสองและแกนนำคนอื่นๆ เดินทางไปยังศอฉ.ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ทันที ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยจำนวนมากอย่างเข้มแข็ง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำรวจเปิดประตูใหญ่ของโรงพยาบาล ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดเข้าไปหลบภัย มีกลุ่มผู้ชุมนุมต่างพากันหลบเข้ามาเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธผู้ที่เข้ามาหลบภัยทั้งหมดในทันที ส่วนใหญ่เป็นหนังสติ๊กพร้อมลูกหิน มีดดาบ จากนั้นให้ผู้ชุม นุมทั้งหมดไปอยู่บริเวณด้านในอาคารเพื่อความปลอดภัย ขณะที่มีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสบุกเข้าไปตามเต็นท์ของกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขโมยสิ่งของมีค่าที่ทิ้งไว้จำนวนมาก
-เลขาธิการสภาแจงกรณีจตุพร
วันเดียวกัน นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช. เข้ามอบตัวกับตำรวจว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 131 บัญญัติว่าระหว่างสมัยประชุมห้ามมิให้จับคุมขังหรือหมายเรียกตัวส.ส. ส.ว.ไปสอบ สวน เว้นแต่สภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกจะอนุญาต หรือจับขณะกระทำความผิด ในกรณีที่มีการจับขณะกระทำความผิดให้รายงานไปยังประธานสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกและประธานสภาอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับนั้นได้ ดังนั้น กรณีนี้เมื่อยังอยู่ในสมัยประชุมสามัญทั่วไป ต้องรอให้ตำรวจแจ้งมายังสภาผู้แทนราษฎรก่อน จากนั้น ประธานสภาสามารถร้องขอให้ปล่อยตัวได้ อย่างไรก็ตาม จะมีการปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.นี้ ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ แต่ถ้ามีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 24 พ.ค. ตามที่รัฐบาลกำหนดตารางการพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2554 ไว้ ก็ต้องดำเนินการตามมาตรา 131
-เผยคุมตัวแกนนำนปช.เข้าศอฉ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานายณัฐวุฒิและนายจตุพรทั้งหมด 5 ข้อหา โดยนายจุตพร ใช้เอกสิทธิ์ของส.ส.ประกันตัวไป ก่อนจะนำตัวทั้งสองและแกนนำคนอื่นๆ เดินทางไปยังศอฉ.ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ทันที ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยจำนวนมากอย่างเข้มแข็ง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำรวจเปิดประตูใหญ่ของโรงพยาบาล ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดเข้าไปหลบภัย มีกลุ่มผู้ชุมนุมต่างพากันหลบเข้ามาเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธผู้ที่เข้ามาหลบภัยทั้งหมดในทันที ส่วนใหญ่เป็นหนังสติ๊กพร้อมลูกหิน มีดดาบ จากนั้นให้ผู้ชุม นุมทั้งหมดไปอยู่บริเวณด้านในอาคารเพื่อความปลอดภัย ขณะที่มีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสบุกเข้าไปตามเต็นท์ของกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขโมยสิ่งของมีค่าที่ทิ้งไว้จำนวนมาก
-เลขาธิการสภาแจงกรณีจตุพร
วันเดียวกัน นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช. เข้ามอบตัวกับตำรวจว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 131 บัญญัติว่าระหว่างสมัยประชุมห้ามมิให้จับคุมขังหรือหมายเรียกตัวส.ส. ส.ว.ไปสอบ สวน เว้นแต่สภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกจะอนุญาต หรือจับขณะกระทำความผิด ในกรณีที่มีการจับขณะกระทำความผิดให้รายงานไปยังประธานสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกและประธานสภาอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับนั้นได้ ดังนั้น กรณีนี้เมื่อยังอยู่ในสมัยประชุมสามัญทั่วไป ต้องรอให้ตำรวจแจ้งมายังสภาผู้แทนราษฎรก่อน จากนั้น ประธานสภาสามารถร้องขอให้ปล่อยตัวได้ อย่างไรก็ตาม จะมีการปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.นี้ ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ แต่ถ้ามีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 24 พ.ค. ตามที่รัฐบาลกำหนดตารางการพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2554 ไว้ ก็ต้องดำเนินการตามมาตรา 131
-ตามรวบได้แล้ว”อริสมันต์”
เวลา 16.30 น. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอรินทราช ควบคุมตัวนายณัฐวุฒิ นายขวัญชัย นายวิภูแถลง นายนิสิต และนายยศวริศ รวม 5 คน เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3 ลำ ไปควบคุมตัวที่กก.3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยจัดกำลังหน่วยนเรศวร 261 คอยรับตัว โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ควบคุมตัวไป และมีพล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช. ภาค 7 พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผบก.เพชรบุรี รวมอยู่ด้วย ทั้งหมดอยู่ในสภาพอิดโรยและมีสีหน้าเคร่งเครียด
ทั้งนี้ พล.ต.ต.เทพ อมรโสภิต ผบก.สอ. ตชด. เตรียมอาคารกก.3 ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้นไว้เป็นที่ควบคุมตัวและสอบสวน โดยวางลวดหนามล้อมรอบอาคารไว้หนาแน่น จัดกำลังไว้โดยห้ามบุคคลภายนอกและสื่อมวลชนเข้าไปในบริเวณดังกล่าว ก่อนหน้านี้เวลา 16.00 น. นำตัวแนวร่วมนปช. 15 คน เป็นชาย 13 หญิง 2 มาควบคุมตัวและสอบปากคำไว้ก่อนหน้าแล้วในบริเวณอาคารใกล้เคียงกัน ซึ่งจัดที่นอนไว้รอง รับการควบคุมตัวไว้ภายในอาคารด้วยเช่นกัน
เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช. ถูกจับตัวได้ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต ระหว่างหลบหนีการจับกุม
-เผยยอดตาย 6 ศพ-เจ็บ 58
เมื่อเวลา 18.00 น. ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) รายงานยอดผู้บาดเจ็บ วันที่ 19 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 06.00 น. -18.00 น. พบว่ามีผู้บาดเจ็บ 58 ราย เสียชีวิต 6 ราย โดยมีชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็น ชาวแคนาดา 1 ราย ไม่ทราบสัญชาติ 1 ราย และ ชาวอิตาลี เสียชีวิต 1 ราย
รายชื่อผู้เสียชีวิต ในวันที่ 19 พ.ค. คือ Mr. Polenchi Fadio ชาวอิตาลี นายถวิล คำมูล อายุ 36 ปี พลเรือน หญิงไม่ทราบชื่อ นำส่ง ร.พ.ราชวิถี ชายไม่ทราบชื่อ นำส่ง ร.พ.รามา ธิบดี นายธนโชติ ชุ่มเย็น พลเรือนนำส่งร.พ. ตำรวจ และ ส.อ.อนุสิทธิ์ จันทร์แสนคอ อายุ 44 ปี ทหาร นำส่งร.พ.จุฬาฯ
สำหรับสถานการณ์ที่ ร.พ.ราชวิถี ซึ่งเป็น หนึ่งการศูนย์การแพทย์ที่นำส่งและประสานความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในที่ต่างๆ ภายหลังจากรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว ยังคงมีเจ้าหน้าที่อยู่ภายในโรงพยาบาลเพื่อพร้อมรับผู้บาดเจ็บฉุก เฉิน แต่ได้ประกาศให้ญาติผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลก่อนเวลา 18.00 น.
-เชื่อมีตาย-ศพเซ็นทรัลเวิลด์
ด้านบมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า หลังมีเปลวเพลิงก่อตัวที่ชั้น 1 ห้างเซน ขณะนี้เพลิงไหม้สงบลงและไม่มีการลุกลาม ส่วนความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ ในส่วนของศูนย์ การค้า และอาคารสำนักงานสาขาอื่นๆ ในกรุง เทพ ภาคอีสานและภาคเหนือ สั่งให้ปิดบริการในเวลา 15.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณ ภัยเปิดเผยถึงกรณีไฟลุกไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ว่าขณะนี้โครงสร้างภายในของห้างได้เริ่มทรุดมาเป็นบางส่วนแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปดับเพลิงได้ เนื่องจากมีการปะทะอยู่ในรอบบริเวณดังกล่าวเป็นระยะๆ ซึ่งถ้าปล่อยไว้อาจจะทำให้ห้างดังกล่าวพังถล่มลงมาได้
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในอาคารดังกล่าวจำนวนมาก ซึ่งก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน
ด้านพ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนะศิริ รองผอ. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงเหตุเพลิงไหม้อาคารเซ็นทรัลเวิร์ดว่า จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ เนื่องจากยังมีการระดมยิงจากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอยู่ แม้จะประสานทหารให้ช่วยคุ้มกันเข้าไปในพื้นที่ แต่ทางทหารก็ยังไม่สามารถรับรองความปลอดภัยได้ จึงยังไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ อย่างไรก็ดีหากปล่อยให้เพลิงไหม้นานๆ ก็มีโอกาสที่โครงสร้างจะเสียหายและพังทลายลงได้ ส่วนกรณีข่าวลือเรื่องมีศพอยู่ภายในอาคารจำนวนมากนั้นยังไม่ทราบ แต่ถ้ามีจริงถึงแม้เพลิงจะไหม้ไปหมด หรือตึกถล่มมาทับก็ยังสามารถพิสูจน์หลักฐานได้
-เผาวอดพารากอน-สยาม
เวลา 16.00 น. พ.ต.อ.พิชัย ยังกล่าวว่า ได้รับรายงานเหตุเพลิงไหม้รวม 14 จุด ย่านราชประ สงค์ ได้แก่ โรงภาพยนตร์สยาม ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารนครหลวงไทย ย่านชิดลม ได้แก่ ธนา คารกรุงไทย สาขาชิดลม และพื้นที่ใต้ทางด่วนชิดลม ย่านคลองเตย ได้แก่ ที่ทำการไฟฟ้านคร หลวง สาขาคลองเตย อาคารล็อกซ์เล่ย์ ตึกมาลีนนท์ และอาคารตลาดหลักทรัพย์ ย่านดินแดง ได้แก่ อาคารในซอยบุญชูศรี และ อาคารใน ถ.มิตรไมตรี ทั้งหมดรถดับเพลิงของสปภ. ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ เนื่องจากความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่
-ชาวกรุงแตกตื่นเคอร์ฟิว
ภายหลังศอฉ.ประกาศเคอร์ฟิว ชาวกทม. ต่างตื่นตระหนกและรีบเดินทางกลับบ้าน บริษัท ห้างร้าน และห้างสรรพสินค้าทั่วกรุงเทพมหา นคร เริ่มทยอยปิด พนักงานและประชาชนต่างรีบเดินทางกลับบ้าน ส่งผลให้การจราจรทุกเส้นทางติดขัด รถแน่นขนัด ปั๊มน้ำมันต่างๆ มีรถเข้าคิวรอเติมน้ำมันกันยาวเหยียด เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะสงบลงเมื่อไหร่ ขณะที่ผู้คนที่อยู่ในบ้านต่างออกมาซื้อของเก็บกักตุนไว้ตามร้านสะดวกซื้อเป็นแถวยาว ส่วนใหญ่จะซื้อขนมปัง ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงการ์ดเติมเงินโทรศัพท์ โดยร้านที่เดิมเปิดขายตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มปิดร้านตั้งแต่เวลา 18.00 น. ขณะที่ร้านอาหารตามตลาดสด เต็มไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายอาหารเพื่อกักตุนไว้เป็นเสบียงตลอดคืน กระทั่งใกล้เวลา 20.00 น. ถนนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ โล่งตลอดสาย ตามถนนเงียบเหงา ประชาชนต่างเก็บตัวอยู่ในบ้านพักและเฝ้าติดตามสถาน การณ์ ส่งผลให้กรุงเทพมหานคร กลายเป็นเมืองที่เงียบสงัด ร้างผู้คน ยกเว้นบริเวณที่เป็นพื้นที่ปะทะ
-ศาลอนุมัติจับส.ส.ก่อการร้าย
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ 10 ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ประกอบด้วย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอดิศร เพียงเกษ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายพายัพ ปั้นเกตุ นายยศวริศ ชูกล่อม นายวิเชียร ขาวขำ นายอารี ไกรนรา นายสุขเสก พลซื่อ นายสุรชัย เทวรัตน์ และนายรชต หรือกบ วงศ์ยอด
ต่อมา มีรายงานข่าวว่า นายธาริต ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากศาลอาญาอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ กับพวกรวม 10 คนในคดีก่อการร้าย แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ศาลได้เรียกสำนวนกลับไปพิจารณาอีกครั้งและให้ชะลอคำสั่งหมายจับ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว โดยจะไต่สวนเพิ่มเติมในวันที่ 24 พ.ค. ในเวลา 09.30 น.
-สลดหนีเข้าไปตายวัดปทุม 5 ศพ
ค่ำวันเดียวกัน พระราชพิพัฒนาทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า จากการที่วัดปทุมวนาราม เปิดเป็นเขตอภัยทาน ให้ผู้ชุมนุมสามารถเข้าไปหลบภัยได้จากเหตุการณ์ความวุ่นวายนั้น ในช่วงบ่ายภาย หลังแกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนออกจากพื้นที่ชุมนุม และมีจำนวนมากที่อพยพเข้ามาภายในวัดนับพันคน ขณะเดียวกัน การปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมและทหารในช่วงเย็น ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บสาหัสเข้ามาหลบภัยภายในวัด จำนวนกว่า 11 คน ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 5 ราย เป็นชายทั้งหมด ขณะนี้นำศพเข้าไปเก็บรักษาในศาลา วัด และในรุ่งเช้าวัดจะได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดต่อญาติของผู้ตายเข้ามารับศพต่อไป นอกจากนี้ มีผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวอีก 6 ราย มีผู้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว
-เผยชั้นล่างตึกช่อง 3 เสียหาย
เมื่อเวลา 17.00 น. บรรยากาศหน้า สตช. บริเวณถนนพระรามที่ 1 ยังคงมีเสียงปืน เสียงประทัดยักษ์ ดังอย่างต่อเนื่องประกอบกับมีข่าวว่าผู้ชุมนุมจะทำร้ายผู้สื่อข่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาเชิญนักข่าวที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน สตช.ทั้งหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ จำนวนมาก 50 คน ให้เข้าไปหลบภายในอาคารสำนักงาน สตช. เพื่อความปลอดภัยหลังจากได้รับแจ้ง ผู้สื่อข่าวทั้ง หมดต่างรีบวิ่งเข้าไปภายในอาคารดังกล่าว
เวลา 19.57 น. เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. รายงานความเสียหายอาคารมาลีนนท์ พบว่าอาคารชั้นล่างได้รับความเสียหายทั้ง 2 อาคาร และบริเวณชั้น 6 ของอาคาร และมีรถข่าวเสียหาย 6 คัน
-ศูนย์เอราวัณเผยเจ็บ-ตายเพิ่ม
ส่วนบริเวณสยามสแควร์ ไฟไหม้โรงภาพ ยนตร์สยามเสียหายทั้งหลัง ส่วนอาคารอื่นไฟลุกไหม้บ้างบางส่วน ขณะที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถ.ราชดำริ เพลิงยังคงลุกไหม้อยู่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น. กระทั่งเวลา 20.25 น. เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปดับเพลิงได้ เนื่องจากยังมีผู้ชุมนุมหัวรุนแรง ที่ยังใช้ปืนและอาวุธต่างๆ ยิงสกัดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงตลอดเวลา
สำหรับธนาคารกรุงเทพ สาขาคลองเตย เพลิงสงบลงแล้วได้รับความเสียหายพอสมควร ส่วนธนาคารกรุงเทพ สาขาหัวลำโพง ไฟไหม้เฉพาะตู้เอทีเอ็ม ส่วนตัวอาคารยังปกติ
ที่ถนนพระราม 4 บริเวณสะพานเหลือง ไฟที่ไหม้ธนาคารกรุงเทพ ยังไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากชุดดับเพลิงพยายามเข้าไปดับ แต่เมื่อมีการฉีดน้ำก็มีเสียงปืนดังขึ้น
เวลา 20.45 น. น.พ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผอ.ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้หลายจุดและมีการเข้าช่วยเหลือในช่วงเย็น จนถึงเวลา 20.00 น. ไม่พบว่ามีการแจ้งว่ามีใครติดอยู่ในอาคารเพิ่มเติม แต่ได้รับแจ้งถึงเหตุผู้บาดเจ็บจากการถูกยิงอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน ทั้งนี้ ยังได้รับแจ้งว่ามีศพผู้เสียชีวิตอยู่ที่หน้าวัดปทุมวนารามหลายรายด้วยกัน แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังไม่สามารถเข้าไปในพื้น ที่ได้อย่างเต็มที่
-ชาวบ้านติดในวัดปทุมนับพัน
เวลา 21.30 น. ชาวบ้านที่อยู่ในวัดปทุมวนา ราม ได้โทรศัพท์แจ้งข้อมูลว่า ทุกคนที่อยู่ในวัดตื่นกลัวมากเพราะมีทั้งเสียงปืนเสียงระเบิดนับไม่ถ้วนดังติดต่อกัน แต่ขณะนี้ไม่มีการยิงหรือปาระเบิดเข้าใส่มาระยะหนึ่งแล้ว ชาวบ้านยังไม่กล้าออกจากวัด เพราะหากออกไปแค่หน้าประตูก็จะโดนยิงทันที ขณะนี้มีศพอยู่ในวัดแล้ว 6 ศพ เป็นผู้ชาย 5 และผู้หญิง 1 โดยผู้หญิงเป็นพยาบาล ซึ่งผู้ที่อยู่ในวัดไม่ทราบว่าฝ่ายไหนเป็นคนยิง โดยมีประชาชนติดอยู่ในวัดนับพันคน มีทั้งเด็ก คนแก่และผู้หญิงท้อง นั่งเกาะกลุ่มกันอยู่ ต่างคนไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร เพราะ ตอนแรกประกาศให้ไปขึ้นรถกลับบ้านที่สนาม ศุภชลาศัย แต่พอออกไปก็โดนยิงกันเกลื่อน นอน ตายบนถนนไม่มีใครเก็บศพได้ มีการโยนศพใส่ยางที่เผาไหม้ ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือ
-ร้องถูกนำขึ้นรถตู้เข้าค่ายทหาร
ขณะที่อีกรายหนึ่งได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า มีญาติหายสาบสูญชื่อนายประจัน จันทรา โดยไปหลบอยู่ภายในวัดปทุมวนาราม แต่พอทราบข่าวว่ารถถูกเผา จึงออกไปดูแล้วหายตัวไป ไม่สามารถ ติดต่อได้
นอกจากนี้ ญาติของผู้ชุมนุมรายหนึ่งโทร.แจ้งว่า มีโทรศัพท์จากญาติของเขาแจ้งว่า หลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุม ตัวเขากับผู้ชุมนุมทั้งผู้หญิง คนแก่ ได้ขึ้นรถผู้ต้องขัง 4 คันๆละ 16 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะพาไปส่งเพื่อขึ้นรถกลับ แต่ปรากฏว่ามีการนำรถทั้งหมดเข้าไปยัง กรมการทหารสื่อสาร ทุ่งมหาเมฆ ทำให้เขารู้สึกกลัว แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่มีอะไร นำมาสอบสวนเฉยๆ
-กทม.เผยไฟไหม้ทั่วกรุง 29 จุด
วันเดียวกัน นายถนอม อ่อนเกตุพล โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ว่า ในเวลา 21.15 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้แล้ว 29 จุด ประกอบด้วย 1.สยามสแควร์ 2.เซ็นทรัลเวิลด์ 3.โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ 4.โรงแรมแกรนด์ไดม่อน ข้างพันธุ์ทิพย์ 5.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประ เทศไทย 6.อาคารมหาทุนพลาซ่า 7.อาคารมาลีนนท์ 8.การไฟฟ้านครหลวงคลองเตย 9.อาคารไม่มีชื่อข้างสำนักงานป.ป.ส. 10.ร้านเซเว่นอีเลฟ เว่น หน้าสำนักงานป.ป.ส. 11.ห้างสรรพสินค้าเซ็นเตอร์วัน 12.ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร 13.ธนาคารกรุงเทพ สาขาอนุสาวรีย์ชัยฯ 14.ร้านทองพหลฯ 1 ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 15.ธนา คารกรุงไทย สาขาอโศก
16.โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย 17.ออมสิน สาขาดินแดง 18.ธนาคารกสิกรไทย สาขาซอยงามดูพลี 19.ธนาคารนครหลวงไทย สาขาดินแดง 20.ตลาดปีนัง คลองเตย 21.ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 4 22.ธนาคารกรุงเทพ สาขาอโศก 23.ธนาคารกรุงเทพ สาขาดินแดง 24.ธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขุมวิท 83 25.ธนาคารกรุงเทพ สาขาสาธุประดิษฐ์ 26.ธนาคารกรุงเทพ สาขา ถ.จันทร์ ซอย 6 27.ธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานเหลือง 28.ธนาคารกรุงเทพ สาขาคลอง เตย และ 29.ธนาคารกรุงเทพ สาขาหัวลำโพง
-อาคารเซ็นทรัลเวิลด์เริ่มทรุด
วันเดียวกัน เวลา 20.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนหลังธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานเหลือง ถ.พระราม 4 โทร ศัพท์แจ้งข้อมูลสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานเหลือง และโหมหนักขึ้น ซึ่งก่อนเกินเหตุก็พยา ยามห้ามปรามผู้ก่อเหตุแล้วแต่ไม่เป็นผล โดยมีรถดับเพลิงเข้ามาถึงแล้ว 1 คัน แต่ไม่สามารถฉีดน้ำดับไฟได้ เนื่องจากถ้ามีการฉีดน้ำหรือมีบุคคลใดออกไปยังที่เกิดเหตุ จะมีเสียงปืนหรือระเบิดดังขึ้นในชุมชน ทำให้ไม่มีใครกล้าออกไป หวั่นเกรงว่าไฟจะลามไปยังชุมชน
เวลา 21.30 น. อาคารเซ็นทรัลเวิลด์บางส่วนเริ่มพังลงมา ขณะที่รถดับเพลิงเพิ่งจะเข้าไปยังบริเวณอาคารได้ โดยเจ้าหน้าที่ใช้รถน้ำและรถดับเพลิงจำนวน 11 คัน
นอกจากนี้ ห้างเซ็นเตอร์วัน ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก็ถูกไฟไหม้จนทรุดพังลงเช่นกัน
เวลา 20.30 น. มีประชาชนแจ้งเข้าไปยังกทม. เพื่อขอความช่วยเหลือรถพยาบาลให้เข้า ไปดูแลผู้ป่วยในวัดปทุมวนาราม แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากมีกลุ่มติดอาวุธพยายามยิงสกัดไม่ยอมให้เข้าไป ทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมไม่ได้รับการรักษา บางส่วนเสียชีวิตและบางส่วนยังบาดเจ็บสาหัสโดยมีผู้ชุมนุมบางส่วนที่คอยดูแลกันไปตามยถากรรม
-สลดยอดตายพุ่งเป็น 15 ศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับยอดผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ทหารเข้าสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์นั้น ยอดที่แจ้งอย่างเป็น ทาง การศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) รายงานยอดผู้ได้รับบาดเจ็บในวันที่ 19 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. พบว่ามี ผู้บาดเจ็บ 58 ราย เสียชีวิต 6 ราย แต่ยังพบว่ามี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงหนีไปเสียชีวิตที่วัดปทุมวนารามอีก 9 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก จำนวนหนึ่ง รวมผู้เสียชีวิตเป็น 11 ศพแล้ว
ทั้งนี้ นพ.ปิยะลาภ วสุวัต แพทย์โรงพยา บาลพระมงกุฏเกล้า ได้ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในวัดปทุมวนาราม รวม 9 ศพ บาดเจ็บอีก 7 ราย สมัครใจให้นำออกมารักษาตัว 5 ราย
-มาร์คแถลงทำตามหลักสากล
เมื่อเวลา 21.45 น. นายอภิสิทธิ์ แถลงผ่านทีวีพูล ว่า เพื่อให้เหตุการณ์ต่างๆ ยุติโดยเร็วจึงตัดสินใจกระชับวงล้อม ช่วงเช้าตรู่ถึงเที่ยง กระชับวงล้อมได้ส่วนหนึ่ง การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ยึดหลักตามสากล